ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓)
ว่าด้วยมหามงคล
(ศิษย์ผู้เป็นหัวหน้าถามอาจารย์ว่า) [๑๕๕] ในเวลาต้องการความเป็นมงคล นรชนร่ายพระเวทอะไร นรชนนั้นเรียนพระเวทอะไร หรือบรรดาสุตะ เรียนสุตะบทไหน และกระทำอย่างไร จึงได้รับความคุ้มครองโดยสวัสดิภาพ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า (พระโพธิสัตว์บอกมงคลว่า) [๑๕๖] เทวดาและเทพบิดรทั้งปวง สัตว์เลื้อยคลานและสรรพสัตว์ทั้งปวง อันผู้ใดแผ่เมตตาอยู่เป็นนิตย์ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการแผ่เมตตานั้นในสัตว์ทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓)

(พระโพธิสัตว์กล่าวมงคลต่อไปอีกว่า) [๑๕๗] ผู้ใดมีความประพฤติถ่อมตนต่อชาวโลกทั้งปวง คือ ต่อหญิงชายทั้งหลาย พร้อมทั้งพวกเด็ก เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่กล่าววาจาที่ขัดแย้ง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความอดกลั้นนั้นว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น [๑๕๘] ผู้ใดมีปัญญา มีความรู้ ในเมื่อเหตุเกิดขึ้น ไม่ดูหมิ่นมิตรสหายโดยศิลปะ สกุล ทรัพย์ และโดยชาติ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่ดูหมิ่นนั้นในสหายทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น [๑๕๙] ผู้ใดพูดจาไม่โกหก คบเพื่อนดี และไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตนให้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการกระทำนั้นในมิตรทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น [๑๖๐] ผู้ใดมีภรรยาซึ่งมีวัยเท่าๆ กัน สามัคคีกัน คล้อยตามกัน เป็นผู้ใคร่ธรรม ให้กำเนิดลูกได้ เป็นหญิงมีสกุล มีศีล มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อสามี บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการประพฤตินั้นในภรรยาทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น [๑๖๑] ผู้ใดมีพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน ทรงมีพระเกียรติยศ หยั่งรู้ความเป็นผู้บริสุทธิ์ และความพากเพียร โดยปราศจากความคลางแคลงพระทัยว่า ผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมใจของเรา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่คลางแคลงพระทัยนั้นว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในพระราชาทั้งหลาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต]

๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก (๔๕๔)

[๑๖๒] ผู้ใดมีศรัทธา มีจิตเลื่อมใส พลอยอนุโมทนา ให้ข้าวน้ำ ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้เป็นทาน บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการให้ทานนั้นว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในสวรรค์ [๑๖๓] ผู้ใดเป็นผู้คงแก่เรียนทั้งหลาย ผู้สำเร็จด้วยการประพฤติชอบ เป็นสัตบุรุษ ได้ยินได้ฟังมามาก เป็นผู้แสวงหาคุณความดี มีศีล ชำระล้างด้วยธรรมของพระอริยะ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการชำระล้างด้วยธรรมของพระอริยะนั้นว่า เป็นความสวัสดีในท่ามกลางพระอรหันต์ของผู้นั้น (พระโพธิสัตว์รวมยอดเทศนาด้วยพระอรหันต์ ตรัสมหามงคล ๘ ประการว่า) [๑๖๔] มงคลทั้ง ๘ ประการเหล่านี้เป็นความสวัสดีในโลก ที่ท่านผู้รู้สรรเสริญ มีความสุขเป็นกำไร ขอเชิญนรชนคนมีปัญญาในโลกประพฤติปฏิบัติมงคลเหล่านั้นเถิด เพราะในมงคลทางโลก ไม่มีอะไรจริงสักอย่างเดียว
มหามังคลชาดกที่ ๑๕ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๔๘-๓๕๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=453                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=5939&Z=5978                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1473                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com