ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๔. อุทยชาดก (๔๕๘)
ว่าด้วยพระเจ้าอุทัย
(ท้าวสักกะเมื่อทรงเจรจากับพระราชธิดา จึงตรัสว่า) [๓๗] พระนางผู้ทรงพระภูษาสะอาด มีพระเพลาแนบสนิท มีพระวรกายงามหาที่ตำหนิมิได้ เสด็จขึ้นสู่ปราสาท ประทับนั่งอยู่พระองค์เดียว พระนางผู้มีพระเนตรงามเพียงดังเนตรกินนรี หม่อมฉันขออนุญาตพระนาง ขอให้เราได้อยู่ร่วมกันสองคนสักคืนหนึ่งนี้ (ลำดับนั้น พระราชธิดาได้ตรัสว่า) [๓๘] เมืองนี้มีคูในระหว่างอยู่รายรอบ มีป้อมปราการและซุ้มประตูอันมั่นคง มีทหารถือดาบเฝ้าระวังรักษา ยากที่ใครๆ จะเข้ามาได้ [๓๙] อนึ่ง แม้ทหารหนุ่มๆ ก็ไม่มีมา เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงต้องการพบข้าพเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

๔. อุทยชาดก (๔๕๘)

(ท้าวสักกะจึงตรัสว่า) [๔๐] พระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันเป็นเทพบุตรได้มา ณ ตำหนักของพระนาง ขอพระนางพึงพอพระทัยหม่อมฉันเถิด หม่อมฉันขอถวายถาดทองคำซึ่งมีเหรียญทองคำเต็มถาดแด่พระนาง (พระราชธิดาสดับพระดำรัสนั้นแล้วจึงตรัสว่า) [๔๑] จะเป็นเทวดา ยักษ์ หรือมนุษย์ก็ตาม คนอื่นหม่อมฉันไม่ปรารถนา นอกจากพระเจ้าอุทัย เทพบุตรผู้มีอานุภาพมาก ขอพระองค์เสด็จไปเสียเถิด และเสด็จไปแล้ว อย่าได้เสด็จกลับมาอีกเลย (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๔๒] พระนางผู้ประกอบด้วยความหมดจด พระนางอย่าให้ความยินดีในเมถุน ที่บรรดาสัตว์ผู้บริโภคกามถือว่าเป็นความยินดีชั้นเยี่ยม ซึ่งเป็นเหตุให้เหล่าสัตว์ประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ ไปเลย หม่อมฉันขอถวายถาดเงินซึ่งเต็มไปด้วยทองคำแด่พระนาง (พระราชธิดาตรัสว่า) [๔๓] ธรรมดาชาย เมื่อจะให้หญิงยินยอม ย่อมเอาทรัพย์มาประมูลหญิงที่ตนพอใจ แต่สำหรับพระองค์ตรงกันข้าม มีสภาพเหนือกว่าเห็นได้ชัด มีทรัพย์น้อยกว่ามาหา (ท้าวสักกะได้ตรัสว่า) [๔๔] พระนางผู้มีพระวรกายงดงาม ธรรมดาอายุและผิวพรรณของหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลกย่อมทรุดโทรมไป เพราะเหตุนั้น แม้ทรัพย์ก็ลดลงตามฉวีวรรณของพระนาง เพราะวันนี้พระนางทรงชรากว่าเมื่อวาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

๔. อุทยชาดก (๔๕๘)

[๔๕] พระราชบุตรีผู้ทรงยศ หม่อมฉันพิเคราะห์เห็นอย่างนี้ว่า เมื่อวันคืนล่วงไป ฉวีวรรณของพระนางก็ทรุดโทรมไป [๔๖] พระราชบุตรีผู้มีปรีชา ด้วยวัยนี้แหละ พระองค์ควรประพฤติพรหมจรรย์ พระองค์จะมีพระฉวีวรรณงดงามยิ่งขึ้น (พระราชธิดาตรัสว่า) [๔๗] พวกเทพไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์หรือ ในร่างกายของพวกเทพไม่มีรอยเหี่ยวย่นหรือ เทพบุตรผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอทูลถามพระองค์ ร่างกายของหมู่เทพเป็นอย่างไรหนอ (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๔๘] พวกเทพไม่แก่ชราเหมือนมนุษย์ ในร่างกายของพวกเทพก็ไม่มีรอยเหี่ยวย่น พวกเทพเหล่านั้นมีวรรณะอันเป็นทิพย์ และโภคะอันไพบูลย์ยิ่งขึ้นไปทุกวัน (พระราชธิดาตรัสว่า) [๔๙] หมู่ชนมิใช่น้อยในโลกนี้กลัวอะไรหนอ ทางอะไรที่ท่านกล่าวไว้โดยลัทธิมิใช่น้อย เทพบุตรผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอทูลถามพระองค์ บุคคลดำรงอยู่ในทางไหนจึงไม่ต้องกลัวปรโลก (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๕๐] บุคคลตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ ไม่กระทำบาปด้วยกาย เมื่อครอบครองเรือนก็มีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา อ่อนโยน รู้จักแบ่งปันกันกิน รู้ความประสงค์ของผู้ขอ เป็นผู้สงเคราะห์ พูดผูกใจเพื่อน มีวาจาอ่อนหวาน ดำรงอยู่ในทางนี้ ย่อมไม่กลัวปรโลก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

๔. อุทยชาดก (๔๕๘)

(พระราชธิดาตรัสว่า) [๕๑] เทพบุตร พระองค์ย่อมพร่ำสอนหม่อมฉันเหมือนแม่เหมือนพ่อ หม่อมฉัน ขอทูลถามพระองค์ผู้มีวรรณงดงาม พระองค์ผู้มีพระวรกายงดงามเป็นใครกันหนอ (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๕๒] พระนางผู้เลอโฉม หม่อมฉันคือพระเจ้าอุทัย มาที่นี้เพราะมีสัญญากันไว้ หม่อมฉันบอกพระองค์แล้วก็จะไปละ หม่อมฉันพ้นสัญญากับพระองค์แล้ว (พระราชธิดาตรัสว่า) [๕๓] ถ้าพระองค์เป็นพระเจ้าอุทัยจริง เสด็จมาที่นี้เพราะมีสัญญากันไว้ ขอเดชะพระราชบุตร ขอพระองค์จงพร่ำสอนหม่อมฉัน ตราบเท่าที่จะได้มาพบกันอีกครั้งหนึ่ง (พระโพธิสัตว์เมื่อจะทรงสอน จึงตรัสว่า) [๕๔] วัยย่อมผ่านไปอย่างรวดเร็ว ขณะเวลาก็เหมือนกัน ไม่หยุดอยู่กับที่ สัตว์ทั้งหลายย่อมตายแน่นอน สรีระร่างกายไม่ยั่งยืน ย่อมจะทรุดโทรมไป แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด [๕๕] แผ่นดินทั้งสิ้นเต็มไปด้วยทรัพย์ พึงเป็นของพระราชาผู้เดียวเท่านั้น ไม่พึงตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น บุคคลผู้ยังไม่ปราศจากราคะ ก็ย่อมจะละทิ้งทรัพย์แม้นั้นไป แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด [๕๖] มารดา บิดา พี่น้องทั้งหลาย แม้ภรรยาสินไถ่ก็ดี แม้ชนเหล่านั้นก็จะต้องพลัดพรากจากกันและกันไป แม่อุทัยภัทรา เธอจงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

๕. ปานียชาดก (๔๕๙)

[๕๗] แม่อุทัยภัทรา เธอรู้ว่าร่างกายเป็นอาหารของสัตว์อื่น รู้ว่าสุคติและทุคติในสังสารวัฏเป็นสภาพที่อยู่อันต่ำต้อยแล้ว จงอย่าประมาท ประพฤติธรรมเถิด (พระราชธิดาเลื่อมใสแล้วเมื่อจะทรงชมเชย จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า) [๕๘] เทพบุตรนี้ตรัสดีแล้ว ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อย และชีวิตนั้นลำบาก อยู่ได้นิดหน่อย ประกอบไปด้วยทุกข์ หม่อมฉันนั้นจะละทิ้งเมืองสุรุนธนะแคว้นกาสีไปบวชคนเดียว
อุทยชาดกที่ ๔ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๖๐-๓๖๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=458                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=6147&Z=6212                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1526                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :