ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๕. ปานียชาดก (๔๕๙)
ว่าด้วยการรังเกียจบาปเพราะเผลอไปดื่มน้ำ
(พระปัจเจกพุทธเจ้าเมื่อจะถวายพระพรแก่พระราชา จึงได้ตรัสว่า) [๕๙] อาตมาเป็นมิตรของชายคนหนึ่งได้ดื่มน้ำของมิตรที่เขามิได้ให้ เหตุนั้น ภายหลังจึงรังเกียจว่า นั้นเป็นความชั่วเราได้ทำแล้ว เราอย่าได้ทำความชั่วอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมาจึงบวช (๑) [๖๐] ก็อาตมาเห็นภรรยาของคนอื่นแล้วเกิดความรัก เหตุนั้น ภายหลังจึงรังเกียจว่า นั้นเป็นความชั่วเราได้ทำแล้ว เราอย่าได้ทำความชั่วอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมาจึงบวช (๒) [๖๑] ขอถวายพระพรมหาบพิตร พวกโจรในป่าได้จับบิดากับอาตมา อาตมารู้อยู่ถูกพวกโจรเหล่านั้นถาม ก็ได้ตอบเรื่องนั้นเป็นอย่างอื่นไป [๖๒] เหตุนั้น ภายหลังจึงรังเกียจว่า นั้นเป็นความชั่วเราได้ทำแล้ว เราอย่าได้ทำความชั่วอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมาจึงบวช (๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

๕. ปานียชาดก (๔๕๙)

[๖๓] เมื่อเขาตั้งพิธีบูชายัญชื่อโสมยาคะ๑- พวกมนุษย์ได้กระทำปาณาติบาต อาตมาได้ยินยอมอนุญาตให้แก่พวกเขา [๖๔] เหตุนั้น ภายหลังจึงรังเกียจว่า นั้นเป็นความชั่วเราได้ทำแล้ว เราอย่าได้ทำความชั่วอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมาจึงบวช (๔) [๖๕] เมื่อก่อน ชนทั้งหลายในบ้านของอาตมา ได้สำคัญสุราและเมรัยเหมือนน้ำหวาน ได้ปรุงน้ำเมาเพื่อความหายนะแก่ชนจำนวนมาก อาตมาได้ยินยอมอนุญาตให้แก่พวกเขา [๖๖] เหตุนั้น ภายหลังจึงรังเกียจว่า นั้นเป็นความชั่วเราได้ทำแล้ว เราอย่าได้ทำความชั่วอีกเลย เพราะเหตุนั้น อาตมาจึงบวช (๕) (พระราชาทรงติเตียนกามว่า) [๖๗] น่าติเตียนจริงๆ กามเป็นอันมากมีกลิ่นเหม็น มีขวากหนามมาก เราซ่องเสพอยู่ ไม่ได้ความสุขเช่นนั้นเลย (พระอัครมเหสีทรงสรรเสริญความสุขในกามว่า) [๖๘] กามทั้งหลายน่าพอใจมาก มีความสุข สุขที่ยิ่งกว่ากามไม่มี คนผู้ซ่องเสพกามย่อมขึ้นสวรรค์ (พระโพธิสัตว์ติเตียนกามว่า) [๖๙] กามทั้งหลายน่ายินดีน้อย มีทุกข์มาก ทุกข์ที่ยิ่งกว่ากามไม่มี คนผู้ซ่องเสพกามย่อมตกนรก เชิงอรรถ : คำว่า โสมยาคะ หมายความว่า เมื่อมีงานมหรสพใหม่เกิดขึ้น พวกมนุษย์พากันทำพลีกรรมแก่ยักษ์ ฉะนั้นจึงได้ชื่อว่า พิธีโสมยาคะ (ขุ.ชา.อ. ๖/๖๓/๓๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

๖. ยุธัญชยชาดก (๔๖๐)

[๗๐] กามทั้งหลายมีทุกข์มากกว่าการใช้ดาบที่ลับดีแล้วฟัน ใช้กริชที่ชุ่มด้วยน้ำมันแทง และใช้หอกพุ่งปักที่อก [๗๑] กามทั้งหลายมีทุกข์มากกว่าการถูกฝังในหลุมถ่านเพลิง ที่ลุกโพลงลึกเกินชั่วคนแล้วใช้ผาลที่เผาร้อนไถไปทั้งวัน [๗๒] กามทั้งหลายมีทุกข์มากกว่าการดื่มยาพิษที่ร้ายแรง กว่าการใช้น้ำมันที่เดือดพล่านรด กว่าการตกกระทะทองแดงที่กำลังละลายคว้าง
ปานียชาดกที่ ๕ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๖๔-๓๖๖. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=459                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=6213&Z=6246                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1542                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :