ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต]

๓. สมุททวาณิชชาดก (๔๖๖)

๓. สมุททวาณิชชาดก (๔๖๖)
ว่าด้วยพ่อค้าทางเรือเดินทะเล
(พระศาสดาตรัสว่า) [๒๕] มนุษย์เหล่านั้นพากันไถ พากันหว่าน อาศัยผลแห่งการงานเลี้ยงชีพอยู่ ก็ยังไม่ถึงส่วนแห่งเกาะนี้ เกาะของเรานี้ประเสริฐกว่าชมพูทวีป (เทพบุตรกล่าวว่า) [๒๖] ในคืนพระจันทร์เพ็ญ ๑๕ ค่ำ ทะเลจักมีคลื่นแรงมาก จักท่วมเกาะใหญ่แห่งนี้ ขอกำลังคลื่นน้ำทะเลอย่าได้ฆ่าพวกท่านเลย พวกท่านจงไปยังเกาะอื่นเถิด (เทพบุตรผู้ร้ายกาจอีกตนหนึ่งได้กล่าวว่า) [๒๗] กำลังคลื่นน้ำทะเลจะไม่เกิด จักไม่ท่วมเกาะใหญ่แห่งนี้ ข้าพเจ้าเห็นเหตุนั้นด้วยนิมิตมากมาย พวกท่านอย่ากลัวไปเลย จะเศร้าโศกทำไม จงรื่นเริงกันเถิด [๒๘] เกาะใหญ่นี้มีอาหารเพียงพอ มีข้าวและน้ำมากมาย พวกท่านจงยึดครองเป็นที่อยู่อาศัยเถิด ข้าพเจ้ายังไม่เห็นภัยอะไรสำหรับพวกท่านเลย ท่านทั้งหลายจงรื่นเริงบันเทิงใจไปตลอดชั่วลูกชั่วหลานเถิด (นายช่างผู้โง่เขลากล่าวว่า) [๒๙] เทพบุตรองค์ใดในทิศทักษิณนี้ย่อมกล่าวคัดค้านว่า ปลอดภัย คำของเทพบุตรองค์นั้นเป็นความจริง ส่วนเทพบุตรทิศอุดรไม่รู้ถึงภัยหรือไม่มีภัย พวกท่านอย่ากลัวไปเลย จะเศร้าโศกทำไม จงรื่นเริงกันเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๗๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต]

๓. สมุททวาณิชชาดก (๔๖๖)

(ฝ่ายนายช่างผู้เป็นบัณฑิตได้กล่าวว่า) [๓๐] เทพบุตรเหล่านี้กล่าวขัดแย้งกัน ตนหนึ่งกล่าวว่าจะมีภัย ตนหนึ่งกล่าวว่าจะปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เอาเถิดพวกท่านจงฟังคำของเรา พวกเราทั้งหมดอย่าพากันพินาศเสียเร็วพลันเลย [๓๑] พวกเราทั้งหมดจงมาพร้อมกันสร้างเรือโกลน ประกอบเครื่องยนต์ทุกอย่างให้มั่นคง ถ้าเทพบุตรทิศทักษิณนี้กล่าวจริง เทพบุตรองค์ทิศอุดรนี้ก็กล่าวคัดค้านเปล่าๆ อนึ่ง เมื่อเกิดอันตรายขึ้น เรือของพวกเรานั้นจักมีประโยชน์ และพวกเราจะไม่ละทิ้งเกาะนี้ไป [๓๒] แต่ถ้าเทพบุตรทิศอุดรกล่าวจริง เทพบุตรทิศทักษิณนี้ก็กล่าวคัดค้านเปล่าๆ พวกเราทั้งหมดก็จะพากันขึ้นเรือลำนั้นแหละ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็จะมีความสวัสดีข้ามไปจนถึงฝั่ง [๓๓] คำที่เทพองค์แรกกล่าวกับคำหลัง อย่าไปเชื่อเอาง่ายๆ ว่าถูกต้อง ส่วนคำที่ผ่านหูมา นรชนใดในโลกนี้เก็บเอามาพิจารณา เลือกเอาแต่คำที่ถูกต้อง นรชนนั้นย่อมเข้าถึงฐานะอันประเสริฐ (พระศาสดาตรัส ๓ พระคาถาว่า) [๓๔] กุลบุตรผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน รู้แจ้งชัดถึงประโยชน์ในอนาคตแล้ว ย่อมไม่ให้ประโยชน์แม้น้อยล่วงเลยไป เหมือนพวกพ่อค้าเหล่านั้นได้ไปโดยความสวัสดีกลางน้ำทะเล ตามการกระทำของตน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๒. ทวาทสกนิบาต]

๔. กามชาดก (๔๖๗)

[๓๕] ส่วนพวกคนพาลผู้ที่ติดอยู่ในรสเพราะโมหะ ไม่รู้แจ้งชัดถึงประโยชน์ในอนาคต หมกหมุ่นอยู่ในประโยชน์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ย่อมถึงความพินาศ เหมือนพวกมนุษย์ที่พินาศกลางทะเลเหล่านั้น [๓๖] คนผู้เป็นบัณฑิตพึงรีบทำกิจที่ควรทำในอนาคตด้วยหวังว่า ในเวลาที่ทำกิจ ขอกิจที่ควรทำอย่าได้เบียดเบียนเรา กิจนั้นย่อมไม่เบียดเบียนเขาผู้รีบทำกิจที่ควรทำเช่นนั้น
สมุททวาณิชชาดกที่ ๓ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๗๘-๓๘๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=466                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=6448&Z=6484                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1625                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :