ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๔. จูฬนารทกัสสปชาดก (๔๗๗)

๔. จูฬนารทกัสสปชาดก (๔๗๗)
ว่าด้วยกัสสปดาบสสอนจูฬนารทดาบส
(พระโพธิสัตว์ถามลูกชายว่า) [๔๐] ฟืนลูกก็มิได้ผ่า น้ำลูกก็มิได้ตัก แม้ไฟลูกก็มิได้ก่อให้โพลงขึ้น ทำไมหนอ ลูกจึงซบเซาเหมือนคนปัญญาอ่อน (ดาบสกุมารตอบว่า) [๔๑] พ่อกัสสปะ ลูกหมดความพยายามที่จะอยู่ป่าต่อไป ขอกราบลาพ่อ การอยู่ในป่าลำบาก ลูกต้องการจะไปยังเมือง [๔๒] พ่อพราหมณ์ ลูกไปจากที่นี้แล้ว ไปอยู่ชนบทใดชนบทหนึ่ง พึงศึกษาอาจาระอันเป็นประเพณีที่ควรศึกษา๑- ขอพ่อกรุณาสอนธรรม๒- นั้นให้ลูกด้วย (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า) [๔๓] ถ้าลูกทิ้งป่าและมูลผลาหารในป่า พอใจการอยู่ในเมือง ลูกจงตั้งใจฟังธรรมนั้นจากพ่อ [๔๔] อย่าเสพของมีพิษ ๑ จงเว้นเหวให้ห่างไกล ๑ อย่าจมลงในเปือกตม ๑ พึงระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้อสรพิษ ๑ (ดาบสกุมารเมื่อไม่รู้ความหมายของคำที่พ่อกล่าวโดยย่อ จึงถามว่า) [๔๕] อะไรหนอคือของมีพิษ เหว หรือเปือกตม สำหรับผู้ประพฤติพรหมจรรย์ อะไรที่พ่อกล่าวว่า เป็นอสรพิษ ลูกถามแล้ว ขอพ่อจงบอกเรื่องนั้น เชิงอรรถ : หมายถึงมารยาทซึ่งเป็นจารีตประเพณีที่ควรศึกษาของสถานที่นั้น (ขุ.ชา.อ. ๖/๔๒/๑๖๑) ธรรม หมายถึงจารีตประเพณีของชาวชนบทนั้น (ขุ.ชา.อ. ๖/๔๓/๑๖๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๔. จูฬนารทกัสสปชาดก (๔๗๗)

(ฝ่ายพระโพธิสัตว์ตอบว่า) [๔๖] พ่อนารทะ ของหมักดองในโลกที่เขาเรียกชื่อว่าสุรา ทำใจให้ฮึกเหิม มีกลิ่นหอม น่าพอใจ มีรสอร่อยเหมือนน้ำผึ้ง สุรานั้น พระอริยะทั้งหลายกล่าวว่า เป็นของมีพิษสำหรับพรหมจรรย์ [๔๗] พ่อนารทะ หญิงทั้งหลายในโลกย่อมย่ำยีชายผู้ประมาทแล้ว พวกหล่อนย่อมชักจูงจิตของชายหนุ่มไป เหมือนลมพัดปุยนุ่นที่พลัดตกจากต้น สภาพนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นเหวสำหรับพรหมจรรย์ [๔๘] ลาภ ๑ ความมีชื่อเสียง ๑ สักการะ ๑ การบูชาในสกุลอื่นๆ ๑ พ่อนารทะ นี้แหละบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นเปือกตมของพรหมจรรย์ [๔๙] พ่อนารทะ พระราชาทั้งหลายทรงมีศัสตราวุธ ทรงปกครองแผ่นดินนี้ พระราชาผู้จอมมนุษย์ ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้น เจ้าควรระวัง [๕๐] พ่อนารทะ พระราชาผู้เป็นอิสระ เป็นอธิบดีเหล่านั้น เจ้าอย่าอยู่ใกล้ชิดเลย พระราชานี้แหละบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นอสรพิษสำหรับพรหมจรรย์ [๕๑] อนึ่ง คนผู้ต้องการอาหารในเวลาอาหาร พึงเข้าไปยังเรือนหลังใดหลังหนึ่ง บรรดาเรือนเหล่านี้ เจ้าพึงเที่ยวแสวงหาอาหาร ในเรือนหลังที่ตนทราบว่าดีงาม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๕. ทูตชาดก (๔๗๘)

[๕๒] ครั้นเข้าไปยังสกุลอื่นเพื่อประโยชน์แก่น้ำหรือโภชนาหาร ควรขบเคี้ยวบริโภคแต่พอประมาณ ไม่ควรใฝ่ใจในรูป [๕๓] คอกโค ๑ โรงสุรา ๑ นักเลง ๑ หอประชุม ๑ สถานที่เก็บเงินทอง ๑ เจ้าจงเว้นให้ห่างไกล เหมือนคนขับยานพาหนะเว้นหนทางที่ขรุขระ
จูฬนารทกัสสปชาดกที่ ๔ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๔๐๓-๔๐๕. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=477                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=6881&Z=6917                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1764                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :