ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๖. กาลิงคโพธิชาดก (๔๗๙)
ว่าด้วยพระเจ้ากาลิงคะทรงบูชาโพธิมณฑล
(พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนี้ว่า) [๖๗] พระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ากาลิงคะ ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม ทรงพญาช้างแก้วซึ่งมีอานุภาพมาก ได้เสด็จไปใกล้โพธิพฤกษ์ [๖๘] พราหมณ์ปุโรหิตภารทวาชะ ชาวกาลิงคะพิจารณาดูภูมิภาค แล้วประคองอัญชลี ได้กราบทูลพระราชา พระนามว่ากาลิงคะ ผู้เป็นโอรสของพระดาบสว่า [๖๙] ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์เสด็จลงมาเถิด สถานที่นี้เป็นภูมิภาคที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงยกย่องแล้ว เพราะสถานที่นี้ พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ล้ำเลิศ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงรุ่งเรืองอยู่ [๗๐] ภูมิภาคนี้ ต้นหญ้าลดาวัลย์เวียนเป็นทักษิณาวัฏ ภูมิภาคนี้เป็นจุดศูนย์กลางแห่งแผ่นดิน ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้สดับมาดังนี้ [๗๑] ภูมิภาคแห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางแห่งแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่รองรับสรรพสัตว์ เป็นแผ่นดินที่มีสาครล้อมรอบ ขอพระองค์เสด็จลงมานมัสการเถิด พระเจ้าข้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๖. กาลิงคโพธิชาดก (๔๗๙)

[๗๒] พญาช้างเหล่าใดถึงจะเป็นช้างแก้วและเกิดในตระกูลสูง พญาช้างเหล่านั้นก็เข้าไปใกล้สถานที่มีประมาณเพียงนั้นไม่ได้ [๗๓] พญาช้างถึงจะเกิดในตระกูลสูงก็จริง ขอพระองค์ทรงไสพญาช้างตัวที่ฝึกแล้วไปเถิด สถานที่มีประมาณเพียงนี้ พญาช้างก็ไม่สามารถจะเข้าไปได้ [๗๔] พระเจ้ากาลิงคะครั้นทรงสดับถ้อยคำนั้นแล้ว ทรงใคร่ครวญวาจาของปุโรหิตผู้พยากรณ์ แล้วทรงไสพญาช้างไปด้วยพระดำริว่า เราจักรู้ตามคำที่พราหมณ์นี้พูดจริงหรือ [๗๕] ส่วนพญาช้างที่พระราชาทรงไสไป ได้เปล่งเสียงโกญจนาทอันกึกก้อง ได้ถอยหลังคุกเข่าลง เหมือนไม่สามารถจะนำภาระอันหนักไปได้ [๗๖] พราหมณ์ปุโรหิตภารทวาชะชาวกาลิงคะรู้ว่า พระคชาธารสิ้นชีพเสียแล้วจึงได้รีบกราบทูลพระเจ้ากาลิงคะว่า ขอพระองค์เสด็จประทับพระคชาธารเชือกอื่นเถิด พระคชาธารเชือกนี้สิ้นชีพแล้ว พระเจ้าข้า [๗๗] พระเจ้ากาลิงคะครั้นได้สดับคำนั้นแล้ว รีบประทับพระคชาธารเชือกอื่น เมื่อพระราชาเสด็จประทับแล้ว พระคชาธารก็ล้มลงบนแผ่นดิน ณ ที่นั้นเอง เป็นอันว่า คำของปุโรหิตผู้ถวายพยากรณ์ ได้เป็นจริงตามที่ช้างปรากฏแล้ว [๗๘] พระเจ้ากาลิงคะได้ตรัส กับพราหมณ์ปุโรหิตกาลิงคะดังนี้ว่า ท่านนั่นแหละเป็นสัมพุทธะ สัพพัญญูรู้เห็นเหตุทั้งปวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)

[๗๙] กาลิงคพราหมณ์ผู้ไม่ยอมรับคำชมเชยนั้นได้กราบทูลอย่างนี้ว่า ความจริง ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นนักพยากรณ์ ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นสัพพัญญู พระพุทธเจ้าข้า [๘๐] ก็พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงเป็นสัพพัญญู และทรงรู้ทุกอย่าง หาทรงทราบด้วยสูตรไม่ ส่วนข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ได้ด้วยกำลังวิชาอาคม พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงรู้ชัดทุกสิ่งทุกอย่าง [๘๑] ลำดับนั้น พระราชาทรงนำระเบียบดอกไม้ และเครื่องลูบไล้ไปบูชา ฉลองต้นโพธิ ด้วยดนตรีต่างๆ ที่รับสั่งให้ประโคมแล้วเสด็จกลับ [๘๒] พระเจ้ากาลิงคะทรงรับสั่งให้เก็บดอกไม้หกหมื่นเล่มเกวียน บูชาโพธิมณฑลสถานอันยอดเยี่ยมทุกวัน ดังนี้แล
กาลิงคโพธิชาดกที่ ๖ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๔๐๗-๔๐๙. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=479                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=6956&Z=7002                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1790                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :