ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)
ว่าด้วยอกิตติดาบส
(พระศาสดาทรงประกาศเรื่องนี้ว่า) [๘๓] ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทอดพระเนตรเห็น อกิตติดาบสเข้าฌานอยู่ จึงตรัสถามว่า ท่านมหาพราหมณ์ พระคุณเจ้าปรารถนาอะไรหรือ จึงเข้าฌานอยู่องค์เดียวในเวลาอากาศอบอ้าว (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๘๔] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ การเกิดอีก ๑ การที่สรีระแตกทำลาย ๑ การหลงลืมสติตาย ๑ เป็นทุกข์ เพราะเหตุนั้น ท้าววาสวะ อาตมาจึงเข้าฌาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๐๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)

(ท้าวสักกะถวายพรว่า) [๘๕] พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา (พระโพธิสัตว์เมื่อจะรับพร จึงกราบทูลว่า) [๘๖] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา นรชนทั้งหลายได้บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวเปลือก และสิ่งของอันเป็นที่รักแล้วยังไม่อิ่ม เพราะความโลภอันใด ความโลภอันนั้นขออย่าได้มีอยู่ในอาตมาเลย (ท้าวสักกะประทานพรให้ยิ่งขึ้นไปว่า) [๘๗] พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา (พระโพธิสัตว์เมื่อจะรับพร จึงกราบทูลว่า) [๘๘] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา นา สวน เงิน โค ม้า และคนผู้เป็นทาสย่อมเสื่อมสิ้นไป เพราะโทสะที่เกิดแล้วอันใด โทสะอันนั้นขออย่าได้มีอยู่ในอาตมาเลย (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๘๙] พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๙๐] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา ขอให้อาตมาไม่พึงพบเห็นคนพาล ไม่พึงได้ยิน ไม่พึงอยู่ร่วมกับคนพาล ไม่พึงทำการเจรจาปราศรัย และไม่พึงพอใจการเจรจาปราศรัยกับคนพาลเลย (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๙๑] พระคุณเจ้ากัสสปะ คนพาลได้ทำอะไรแก่พระคุณเจ้าหรือ ขอจงบอกเหตุ เพราะเหตุไร พระคุณเจ้าจึงไม่ต้องการพบเห็นคนพาล (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๙๒] คนพาลมีปัญญาทราม ย่อมแนะนำสิ่งที่ไม่ควรแนะนำ ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำชั่วเป็นสิ่งที่ประเสริฐสำหรับเขา เขาถูกว่ากล่าวโดยชอบก็โกรธ คนพาลนั้นไม่รู้วินัย การไม่พบเห็นเขาเสียได้เป็นการดี (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๙๓] พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๙๔] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา ขอให้อาตมาพึงได้พบ พึงได้ยิน พึงได้อยู่ร่วมกับนักปราชญ์ พึงได้เจรจาปราศรัยและพอใจการเจรจาปราศรัยกับนักปราชญ์เถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๗. อกิตติชาดก (๔๘๐)

(ท้าวสักกะตรัสว่า) [๙๕] พระคุณเจ้ากัสสปะ นักปราชญ์ได้ทำอะไรแก่พระคุณเจ้าหรือ ขอจงบอกเหตุ เพราะเหตุไร พระคุณเจ้าจึงต้องการพบเห็นนักปราชญ์ (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๙๖] นักปราชญ์ผู้มีปัญญาย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ ไม่ชักชวนในสิ่งที่ไม่ใช่ธุระ การแนะนำดีเป็นสิ่งประเสริฐของเขา เขาถูกว่ากล่าวโดยชอบก็ไม่โกรธ นักปราชญ์นั้นรู้วินัย การสมาคมกับท่านเป็นการดี (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๙๗] พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๙๘] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา เมื่อราตรีนั้นสิ้นไป ในเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น ขอภักษาอันเป็นทิพย์และยาจกผู้มีศีลพึงปรากฏ [๙๙] ขอถวายพระพร เมื่ออาตมาให้อยู่ ขอภักษาอย่าพึงหมดสิ้นไป ครั้นให้แล้ว ขออาตมาอย่าพึงเดือดร้อนในภายหลัง ขณะกำลังให้ ก็พึงทำจิตให้เลื่อมใส (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๑๐๐] พระคุณเจ้ากัสสปะ เพราะถ้อยคำที่พระคุณเจ้าเจรจานั้น ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต โยมขอถวายพรแก่พระคุณเจ้าตามที่ใจของท่านปรารถนา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต]

๘. ตักการิยชาดก (๔๘๑)

(พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๑๐๑] ขอถวายพระพรท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง หากมหาบพิตรจะประทานพรแก่อาตมา ขอมหาบพิตรอย่าเสด็จมาหาอาตมาอีกเลย (ท้าวสักกะตรัสว่า) [๑๐๒] นรชนชายหญิงทั้งหลายหวังอย่างยิ่งที่จะพบโยม ด้วยการบำเพ็ญจริยาวัตรเป็นอันมาก ในการเห็นโยมน่ากลัวนักหรือ (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) [๑๐๓] มหาบพิตรผู้มีวรรณะเหมือนวรรณะแห่งเทพ บันดาลความใคร่ทั้งปวงให้สำเร็จได้เช่นนั้น อาตมาพบเห็นแล้ว พึงประมาทการบำเพ็ญตบะ สิ่งนั้นจึงเป็นภัยแก่อาตมาเพราะการพบเห็นมหาบพิตร
อกิตติชาดกที่ ๗ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๔๐๙-๔๑๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=480                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=7003&Z=7062                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1806                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com