ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต]

๑. สาลิเกทารชาดก (๔๘๔)

๑๔. ปกิณณกนิบาต
๑. สาลิเกทารชาดก (๔๘๔)
ว่าด้วยนกแแขกเต้าเลี้ยงพ่อแม่
(คนเฝ้านาถูกโกสิยพราหมณ์ถามแล้ว จึงได้กล่าวว่า) [๑] ท่านโกสิยะ นาข้าวสาลีบริบูรณ์ดี แต่พวกนกแขกเต้าพากันมาจิกกิน ข้าพเจ้าขอบอกคืนนานะท่านพราหมณ์ เพราะไม่สามารถจะห้ามพวกมันได้ [๒] แต่บรรดานกแขกเต้าเหล่านั้น มีนกตัวหนึ่งสวยงามกว่านกเหล่านั้นทั้งหมด กินข้าวสาลีตามความพอใจแล้วยังคาบบินไปอีก (พราหมณ์ได้กล่าวกับคนเฝ้านาว่า) [๓] เจ้าจงดักบ่วงหางสัตว์โดยวิธีที่นกนั้นจะติดบ่วง จับเป็นแล้วนำมาให้เรา (พญานกแขกเต้ารำพันอยู่ว่า) [๔] นกทั้งหลายเหล่านั้นกิน ดื่มแล้วก็บินไป ส่วนเราตัวเดียวติดบ่วงอยู่ เราได้ทำความชั่วอะไรไว้หนอ (พราหมณ์กล่าวกับพญานกแขกเต้านั้นว่า) [๕] นกตัวอื่นกินเฉพาะท้องเท่านั้น แต่เจ้ากินเกินท้อง เจ้ากินข้าวสาลีตามความพอใจแล้วยังคาบบินไปอีก [๖] ฉางที่ป่าไม้งิ้วนั้นเจ้าบรรจุไว้จนเต็มหรือ หรือเจ้ามีเวรกับเรา เราถามแล้ว จงบอกเถิด เพื่อน เจ้าเก็บข้าวสาลีไว้ที่ไหน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต]

๑. สาลิเกทารชาดก (๔๘๔)

(พญานกแขกเต้ากล่าวว่า) [๗] ข้าพเจ้ามิได้มีเวรกับท่าน ฉางของข้าพเจ้าก็ไม่มี ข้าพเจ้าไปถึงยอดไม้งิ้วก็ชำระหนี้ และให้กู้ยืมหนี้ ทั้งยังฝังแม้ขุมทรัพย์ไว้ที่ยอดไม้งิ้วนั้นด้วย ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด ท่านโกสิยะ (พราหมณ์ถามพญานกแขกเต้าว่า) [๘] การให้กู้ยืมหนี้และการชำระหนี้ของเจ้าเป็นเช่นไร เจ้าจงบอกถึงการฝังขุมทรัพย์มาซิ เมื่อเจ้าทำดังนั้น เจ้าก็จะพ้นจากบ่วง (พญานกแขกเต้าเมื่อตอบว่า) [๙] ท่านโกสิยะ ข้าพเจ้ามีลูกอ่อนตัวเล็กๆ ขนปีกยังไม่งอก ลูกนกเล็กๆ เหล่านั้น ข้าพเจ้าได้เลี้ยงแล้ว จักเลี้ยงข้าพเจ้า เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงให้พวกเขากู้ยืมหนี้ [๑๐] พ่อแม่ของข้าพเจ้าแก่เฒ่า ผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว ข้าพเจ้าคาบรวงข้าวสาลีไปเพื่อท่านทั้ง ๒ นั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชำระหนี้ที่ท่านได้ให้กู้ยืมไว้ในกาลก่อน [๑๑] ที่ป่าไม้งิ้วนั้น ยังมีนกอื่นๆ อีก ที่ทุพพลภาพ มีขนปีกหมดสิ้นแล้ว ข้าพเจ้าต้องการบุญ จึงให้รวงข้าวสาลีแก่นกเหล่านั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการทำบุญนั้นว่า เป็นขุมทรัพย์ [๑๒] การให้กู้ยืมหนี้และการชำระหนี้ของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าพเจ้าบอกการฝังขุมทรัพย์แก่ท่าน ขอท่านจงทราบอย่างนี้เถิด ท่านโกสิยะ (พราหมณ์ฟังแล้วมีจิตเลื่อมใส จึงได้กล่าวว่า) [๑๓] ปักษีนี้ดีหนอ เป็นนกแต่มีธรรมอย่างยอดเยี่ยม ในพวกมนุษย์บางเหล่าไม่มีธรรมนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต]

๒. จันทกินนรีชาดก (๔๘๕)

[๑๔] เจ้าพร้อมกับพวกญาติทั้งหมด จงกินข้าวสาลีตามความพอใจเถิด เจ้านกแขกเต้า เราคงได้พบกันอีก เรายินดีที่จะพบเจ้า (พญานกแขกเต้าให้โอวาทว่า) [๑๕] ข้าพเจ้าได้กินและดื่มในที่อยู่ของท่าน แต่ในเพื่อนบ้านของท่านไม่น่ายินดีนัก ท่านโกสิยะ ขอท่านจงให้อภัยทานในเหล่าสัตว์ผู้วางอาชญาแล้ว และจงเลี้ยงดูบิดามารดาผู้แก่เฒ่าเถิด (พราหมณ์มีใจยินดีเปล่งอุทานว่า) [๑๖] วันนี้ โชคได้เกิดขึ้นแก่เราแล้ว ที่เห็นนกตัวประเสริฐกว่านกทั้งหลาย เราได้ฟังวาจาสุภาษิตของนกแขกเต้าแล้ว จักทำบุญให้มาก (พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความนั้นจึงตรัสว่า) [๑๗] โกสิยพราหมณ์นั้นมีความยินดีเบิกบานใจ จัดแจงข้าวและน้ำ มีจิตผ่องใส เลี้ยงดูสมณะและพราหมณ์ทั้งหลายให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ
สาลิเกทารชาดกที่ ๑ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๔๒๓-๔๒๕. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=484                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=7222&Z=7267                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=1872                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :