ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)
ว่าด้วยนกแขกเต้าชื่อว่าสัตติคุมพะ
(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า) [๑๕๙] พระมหาราชผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวแคว้นปัญจาละ ทรงเป็นดุจนายพรานเนื้อ เสด็จออกพร้อมกับเสนา ทรงพลัดกับหมู่คณะ เสด็จมายังราวป่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

[๑๖๐] ทอดพระเนตรเห็นกระท่อมที่พวกโจรสร้างไว้ในป่านั้น นกแขกเต้าได้บินออกจากกระท่อมไป กล่าวถ้อยคำที่หยาบช้าว่า [๑๖๑] มีกษัตริย์หนุ่มน้อยพร้อมทั้งพาหนะ มีพระกุณฑลงามเกลี้ยงเกลาดี มีกรอบพระพักตร์แดงงาม เหมือนดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างในกลางวัน [๑๖๒] พระราชาบรรทมหลับพร้อมกับนายสารถี เอาเถิด พวกเราจะรีบช่วยกัน แย่งชิงอาภรณ์ของท้าวเธอเสียทั้งหมด [๑๖๓] แม้เวลานี้ก็เงียบสงัดเหมือนเวลาเที่ยงวัน พระราชาบรรทมหลับอยู่พร้อมกับนายสารถี พวกเราช่วยกันแย่งชิงพระภูษาและพระกุณฑลแก้วมณี ปลงพระชนม์แล้วกลบพระศพด้วยกิ่งไม้ (พ่อครัวปติโกลัมพะได้ฟังคำพูดของลูกนกแขกเต้านั้น จึงออกไปดู รู้ว่าเป็น พระราชา ตกใจกลัว จึงกล่าวว่า) [๑๖๔] เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร สัตติคุมพะ พูดออกมาได้ ธรรมดาพระราชาทั้งหลายยากที่จะเข้าถึงพระองค์ได้ เหมือนดังไฟที่ลุกโพลง (นกแขกเต้าสัตติคุมพะกล่าวโต้ตอบพ่อครัวว่า) [๑๖๕] ปติโกลัมพะ เมื่อท่านเมาคุยคำโตๆ ออกมา เมื่อมารดาของเราเปลือยกาย ท่านจึงรังเกียจโจรกรรมหรือหนอ (พระราชาตื่นบรรทมได้ยินคำพูดของนกแขกเต้าสัตติคุมพะพูดกับพ่อครัวด้วย ภาษามนุษย์ ปลุกนายสารถีให้ลุกขึ้น ตรัสว่า) [๑๖๖] ลุกขึ้นเถิด พ่อสารถีเพื่อนยาก เจ้าจงรีบเทียมรถ เราไม่ชอบใจนกนี้เลย เราไปยังอาศรมอื่นกันเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

(นายสารถีลุกขึ้นเทียมรถแล้วกราบทูลว่า) [๑๖๗] ขอเดชะพระมหาราช ราชรถเทียมไว้แล้ว พาหนะอันทรงกำลังก็พร้อมแล้ว เชิญเสด็จขึ้นประทับเถิดพะย่ะค่ะ พวกเราจะพากันไปยังอาศรมอื่น (นกแขกเต้าสัตติคุมพะเห็นราชรถแล่นไปอยู่ถึงความสลดใจ จึงกล่าวว่า) [๑๖๘] พวกโจรในค่ายนี้พากันไปไหนหมดหนอ นั่นพระเจ้าปัญจาละกำลังเสด็จหนีไป พ้นสายตาพวกโจรไปแล้ว [๑๖๙] พวกท่านจงถือเอาเกาทัณฑ์ หอก และโตมร นั่นพระเจ้าปัญจาละกำลังเสด็จหนีไป พวกท่านอย่าปล่อยให้พระองค์มีชีวิตอยู่ (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนี้ว่า) [๑๗๐] ครั้งนั้น นกแขกเต้าอีกตัวหนึ่งซึ่งมีจะงอยปากแดง ยินดีต้อนรับด้วยกล่าวว่า พระมหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว มิได้เสด็จมาร้าย พระองค์ผู้ทรงเป็นใหญ่ เสด็จมาถึงแล้วโดยลำดับ สิ่งของที่มีอยู่ในอาศรมนี้ ขอพระองค์เสวยเถิด [๑๗๑] คือ ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่า และผลไม้ทั้งหลายที่มีรสพอสมควร ขอพระองค์เสวยผลไม้ที่ดีๆ เถิดพระเจ้าข้า [๑๗๒] นี้น้ำเย็นนำมาจากซอกเขา พระมหาราช ขอพระองค์ทรงดื่มเถิด ถ้าพระองค์ทรงประสงค์ [๑๗๓] ฤๅษีทั้งหลายในอาศรมนี้พากันไปป่าเพื่อแสวงหามูลผลาหาร ขอพระองค์เสด็จลุกขึ้นหยิบเอาเองเถิด ข้าพระองค์ไม่มีมือจะทูลถวาย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

ขอพระองค์เสด็จลุกขึ้นหยิบเอาเองเถิด ข้าพระองค์ไม่มีมือจะทูลถวาย (พระราชาทรงเลื่อมใสการปฏิสันถารของนกปุปผกะ จึงทรงชมเชยว่า) [๑๗๔] ปักษีตัวนี้ดีจริงหนอ เป็นนกแต่ทรงธรรมอย่างยอดเยี่ยม ส่วนเจ้านกแขกเต้าตัวหนึ่งนั้นพูดแต่คำหยาบช้าว่า [๑๗๕] จงฆ่ามัน จงมัดมัน อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ เมื่อมันบ่นพร่ำเพ้ออยู่อย่างนี้แล เราได้ถึงอาศรมนี้โดยความสวัสดี (นกปุปผกะครั้นได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว จึงกราบทูลว่า) [๑๗๖] พระมหาราช ข้าพระองค์ทั้ง ๒ เป็นพี่น้องร่วมท้องมารดาเดียวกัน เจริญเติบโตอยู่ที่ต้นไม้ต้นเดียวกัน แต่พลัดตกไปอยู่ต่างเขตแดนกัน [๑๗๗] นกสัตติคุมพะเจริญเติบโตในแดนโจร ส่วนข้าพระองค์เจริญเติบโตอยู่ในสำนักของฤๅษี ณ ที่นี้ นกสัตติคุมพะนั้นอยู่ใกล้อสัตบุรุษ ข้าพระองค์อยู่ใกล้สัตบุรุษ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ทั้ง ๒ จึงแตกต่างกันโดยธรรม (นกปุปผกะจำแนกธรรมนั้นว่า) [๑๗๘] ที่ใดมีแต่การฆ่า การจองจำ การหลอกลวงด้วยของปลอม การหลอกลวงซึ่งๆ หน้า การปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ และการข่มขู่กระทำทารุณอย่างแสนสาหัส นกสัตติคุมพะนั้นสำเหนียกแต่การกระทำเหล่านั้นในที่นั้น [๑๗๙] ที่นี้มีแต่ความจริง สุจริตธรรม ความไม่เบียดเบียน ความสำรวม และการฝึกฝนอินทรีย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

พระองค์ผู้ทรงเป็นหน่อเนื้อแห่งภารตวงศ์ ข้าพระองค์เจริญเติบโตอยู่บนตักของฤๅษีผู้มีปกติให้อาสนะและน้ำ (บัดนี้เมื่อจะแสดงธรรมถวายพระราชา จึงกล่าวว่า) [๑๘๐] ขอเดชะพระราชา ธรรมดาบุคคลคบหาคนใดๆ เป็นสัตบุรุษก็ตาม อสัตบุรุษก็ตาม มีศีลก็ตาม ไม่มีศีลก็ตาม ย่อมเป็นไปตามอำนาจของคนนั้นนั่นเอง [๑๘๑] บุคคลทำคนเช่นไรให้เป็นมิตร และคบหาจนสนิทกับคนเช่นไร ถึงเขาก็เป็นเช่นคนนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น [๑๘๒] คนชั่วใครคบเข้าย่อมเปื้อนคนคบ ซึ่งมิได้เปื้อนมาแต่เดิม คนชั่วใครสัมผัสถูกต้อง หรือเมื่อสัมผัสถูกต้องคนอื่น ก็ย่อมเปื้อนคนที่ตนสัมผัสถูกต้อง ซึ่งมิได้เปื้อนมาแต่เดิม ดุจลูกศรที่กำซาบด้วยยาพิษก็พลอยแปดเปื้อนแล่งไปด้วย เพราะกลัวแต่การแปดเปื้อน นักปราชญ์จึงไม่ควรมีคนชั่วเป็นเพื่อน [๑๘๓] คนใดห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้ใบหญ้าคาก็พลอยมีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไปด้วย การคบหาคนพาลก็เป็นฉันนั้น [๑๘๔] ส่วนคนใดห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ก็พลอยมีกลิ่นหอมฟุ้งไปด้วย การคบหากับนักปราชญ์ก็เป็นฉันนั้น [๑๘๕] เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้การคบของตน เหมือนกับใบไม้ห่อสิ่งของแล้ว ไม่พึงเข้าไปคบหาอสัตบุรุษ พึงคบหาแต่สัตบุรุษ เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก ส่วนสัตบุรุษย่อมช่วยให้ไปถึงสุคติ
สัตติคุมพชาดกที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๐๑}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๔๙๗-๕๐๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=503                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=8466&Z=8533                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=2142                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com