ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘)

๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘)
ว่าด้วยบัณฑิต ๕ คน
(พระราชาทรงรับที่จะทดลองมโหสธบัณฑิต จึงตรัสสั่งว่า) [๓๑๕] ท่านบัณฑิตทั้ง ๕ มากันพร้อมแล้ว ปัญหาแจ่มแจ้งแก่เรา ขอพวกท่านจงสดับ เรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับของเรา ควรเปิดเผยแก่ใครดี (เสนกบัณฑิตกราบทูลว่า) [๓๑๖] ขอเดชะพระภูมิบาล ขอพระองค์ทรงเปิดเผยก่อน พระองค์ทรงชุบเลี้ยงข้าพระพุทธเจ้า ทรงอดกลั้นต่อภาระอันหนัก โปรดแถลงเนื้อความก่อน ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน นักปราชญ์ทั้ง ๕ พิจารณา สิ่งที่พอพระทัยและสิ่งที่ถูกพระอัธยาศัยของพระองค์แล้ว จะกราบทูลต่อภายหลัง (ลำดับนั้น พระราชาตรัสคาถานี้ด้วยความที่พระองค์ทรงตกอยู่ในอำนาจ กิเลสว่า) [๓๑๗] บุคคลควรเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่ภรรยาผู้มีศีล ไม่นอกใจสามี คล้อยตามอำนาจความพอใจของสามี เป็นที่รักที่โปรดปรานของสามี (แต่นั้น เสนกบัณฑิตยินดีแล้วเมื่อจะแสดงเหตุที่ตนทำไว้เอง จึงกราบทูลว่า) [๓๑๘] บุคคลควรเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่เพื่อนผู้เป็นที่พึ่งที่พำนัก และผู้เป็นทางดำเนินของเพื่อนผู้ตกยากทุรนทุรายได้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘)

(ปุกกุสบัณฑิตถูกพระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลว่า) [๓๑๙] บุคคลพึงเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่พี่ชายคนโต คนกลาง หรือแก่น้องชาย ผู้มีศีลตั้งมั่น มีตนมั่นคง (กามินทบัณฑิตถูกพระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลว่า) [๓๒๐] บุคคลพึงเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่บุตรผู้ปรนนิบัติรับใช้บิดา ผู้เป็นอนุชาตบุตรคล้อยตามบิดา มีปัญญาไม่ต่ำทราม (เทวินทบัณฑิตถูกพระราชาตรัสถาม จึงกราบทูลว่า) [๓๒๑] ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ประเสริฐกว่ามนุษย์ทั้งหลาย บุคคลพึงเปิดเผยเรื่องที่ควรติเตียนก็ดี เรื่องที่ควรสรรเสริญก็ดี ซึ่งเป็นความลับ แก่มารดาผู้เลี้ยงดูบุตรด้วยความรักความพอใจ (มโหสธบัณฑิตกราบทูลเหตุแห่งความลับว่า) [๓๒๒] ธรรมดาความลับปกปิดไว้เท่านั้นเป็นการดี การเปิดเผยความลับบัณฑิตไม่สรรเสริญ เพราะเมื่อความปรารถนายังไม่สำเร็จ นักปราชญ์พึงอดกลั้นไว้ก่อน ความปรารถนาสำเร็จแล้ว พึงพูดได้ตามสบาย (ฝ่ายพระนางอุทุมพรเทวีทูลถามถึงเหตุแห่งความโศกของพระราชาว่า) [๓๒๓] ขอเดชะพระราชาผู้ประเสริฐ เพราะเหตุไร พระองค์ทรงมีพระทัยวิปริตไป ขอเดชะพระองค์ผู้จอมมนุษย์ หม่อมฉันขอฟังพระดำรัสของพระองค์ พระองค์ทรงดำริอย่างไรหรือ จึงทรงโทมนัส ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ หม่อมฉันไม่มีความผิดเลยหรือเพคะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘)

(ลำดับนั้น พระราชาตรัสตอบพระนางว่า) [๓๒๔] ในเพราะปัญหาว่า มโหสธบัณฑิตจะถูกฆ่า มโหสธผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ถูกพี่สั่งฆ่า พี่คิดถึงเรื่องนั้นจึงเสียใจ พระเทวี น้องไม่มีความผิดหรอก (พระราชาทรงทำเหมือนไม่ทรงทราบอะไร ตรัสถามมโหสธบัณฑิตว่า) [๓๒๕] เจ้าไปตั้งแต่พลบค่ำ เพิ่งจะมาเดี๋ยวนี้ เพราะได้ฟังเรื่องอะไรหรือ ใจของเจ้าจึงหวาดระแวง เชิญเถิด เจ้าผู้มีปัญญาเพียงดังแผ่นดิน ใครได้เรียนอะไรให้เจ้าฟัง เราขอฟังคำนั้น เจ้าจงเล่าเรื่องนั้นให้เราฟัง (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตทูลเตือนพระราชาว่า) [๓๒๖] ในปัญหาว่า มโหสธจะถูกฆ่า ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ก็เพราะพระองค์เสด็จอยู่ในที่ลับ ได้ตรัสบอกเรื่องที่พระองค์ทรงปรึกษาแล้วแก่พระเทวีตอนกลางคืน ความลับนั้นพระเทวีทรงเปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลความลับของเสนกบัณฑิตก่อนว่า) [๓๒๗] ท่านเสนกบัณฑิตได้ทำกรรมชั่ว เยี่ยงอสัตบุรุษอันใดไว้ที่ป่าไม้รัง เขาอยู่ในที่ลับแล้วได้บอกแก่เพื่อนคนหนึ่ง ความลับนั้นท่านเสนกบัณฑิตได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลความลับของปุกกุสบัณฑิตว่า) [๓๒๘] ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน โรคอันไม่คู่ควรแก่พระราชา เกิดขึ้นแล้วแก่ปุกกุสะบุรุษของพระองค์ เขาอยู่ในที่ลับได้บอกแก่พี่น้องชายคนหนึ่ง ความลับนั้นท่านปุกกุสบุรุษได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๑๒. ปัญจปัณฑิตชาดก (๕๐๘)

(พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตกราบทูลความลับของกามินทบัณฑิตว่า) [๓๒๙] กามินทบัณฑิตผู้นี้มีอาพาธเยี่ยงอสัตบุรุษ ถูกนรเทพเข้าสิง เขาอยู่ในที่ลับได้บอกแก่บุตรชาย ความลับนั้นกามินทบัณฑิตได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์มโหสธบัณฑิตเมื่อจะกราบทูลความลับของเทวินทบัณฑิต จึงกล่าวคาถานี้ว่า) [๓๓๐] ท้าวสักกเทวราชได้ทรงประทานแก้วมณี ๘ เหลี่ยม อันรุ่งเรืองยิ่งนักแด่พระอัยยกาของพระองค์ บัดนี้ แก้วมณีนั้นตกอยู่ในมือของเทวินทบัณฑิต เขาอยู่ในที่ลับได้บอกแก่มารดา ความลับนั้นท่านเทวินทบัณฑิตได้เปิดเผยแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังมา (พระโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาแล้วแสดงธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไปว่า) [๓๓๑] ธรรมดาความลับปกปิดไว้เท่านั้นเป็นการดี การเปิดเผยความลับบัณฑิตไม่สรรเสริญ เพราะเมื่อความปรารถนายังไม่สำเร็จ นักปราชญ์พึงอดกลั้นไว้ก่อน ความปรารถนาสำเร็จแล้ว พึงพูดได้ตามสบาย [๓๓๒] บัณฑิตไม่พึงเปิดเผยความลับ พึงรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์ เพราะว่าความลับบุคคลรู้อยู่ ไม่เปิดเผยได้เป็นการดี [๓๓๓] บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ๑ ศัตรู ๑ คนที่ใช้อามิสล่อ ๑ คนผู้ล้วงความลับ ๑ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต]

๑๓. หัตถิปาลชาดก (๕๐๙)

[๓๓๔] คนผู้รู้ความลับที่ผู้อื่นไม่รู้ เพราะกลัวความลับที่ปรึกษาหารือกันไว้จะแตก ย่อมอดกลั้นไว้ดุจบุคคลผู้เป็นทาสเขา [๓๓๕] คนมีประมาณเท่าใดล่วงรู้ความลับที่เขาปรึกษากัน คนมีประมาณเท่านั้นเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวของเขา เพราะฉะนั้น บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับ [๓๓๖] ในเวลากลางวันควรพูดความลับในที่สงัด เวลากลางคืนไม่ควรพูดดังเกินไป เพราะเหตุว่าคนแอบฟังได้ยินความลับที่ปรึกษากันเข้า ความลับนั้นจะถึงการแพร่งพรายโดยเร็วพลัน
ปัญจปัณฑิตชาดกที่ ๑๒ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๕๒๔-๕๒๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=508                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=8915&Z=8986                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=2228                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :