ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)
ว่าด้วยพระเจ้าปัญจาละพระนามว่าชัยทิศ
(ยักษ์จับพระหัตถ์ของพระราชาแล้วกราบทูลว่า) [๖๔] นานจริงหนอ วันนี้ภักษาเป็นอันมากได้เกิดขึ้นแก่เรา ในเวลาอาหารในวัน ๗ ค่ำ ท่านเป็นใคร มาจากไหน ขอเชิญท่านบอกเนื้อความนั้นและชาติสกุลตามที่ท่านทราบเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

(พระราชาทรงเห็นยักษ์แล้ว ตกพระทัย ต่อมาทรงรวบรวมสติได้แล้วจึงตรัสว่า) [๖๕] ข้าพเจ้าคือพระเจ้าปัญจาละนามว่าชัยทิศ เข้ามาล่าสัตว์ บางทีท่านจะได้ยินมาแล้วบ้าง เราเที่ยวไปตามเชิงเขาแนวป่า วันนี้ท่านจงกินเนื้อฟานนี้ ปล่อยข้าพเจ้าไปเถิด (ยักษ์กราบทูลว่า) [๖๖] พระองค์เมื่อถูกข้าพระองค์เบียดเบียน กลับทรงแลกพระองค์กับของที่ข้าพระองค์มีอยู่ เนื้อฟานที่พระองค์กล่าวถึงเป็นภักษาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เคี้ยวกินพระองค์แล้วอยากกินเนื้อฟาน ก็จักเคี้ยวกินในภายหลัง เวลานี้ไม่ใช่เวลาพร่ำเพ้อรำพัน (พระราชาทรงหวนระลึกถึงนันทพราหมณ์ จึงตรัสว่า) [๖๗] ถ้าว่า ข้าพเจ้ารอดพ้นไปไม่ได้ด้วยการแลกเปลี่ยน เพื่อไปแล้วจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ กติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้นข้าพเจ้าทำไว้แล้ว ข้าพเจ้าผู้รักษาความสัตย์จักกลับมาอีก (ยักษ์กราบทูลว่า) [๖๘] พระมหาราช กรรมอะไรเล่า ที่ทำให้พระองค์ผู้ใกล้ถึงการสวรรคตต้องทรงเดือดร้อน ขอพระองค์ตรัสบอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ บางทีข้าพระองค์อาจจะอนุญาตให้พระองค์ไป เพื่อจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ได้บ้าง (พระราชาตรัสว่า) [๖๙] ข้าพเจ้าได้ให้ความหวังเกี่ยวกับทรัพย์ไว้แก่พราหมณ์ กติกานั้นข้าพเจ้าได้รับรองไว้แล้ว ยังมิได้ปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น ข้าพเจ้าผู้รักษาความสัตย์จักกลับมาอีก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

(ยักษ์กราบทูลว่า) [๗๐] ความหวังเกี่ยวกับทรัพย์อันใดพระองค์ได้สร้างไว้ให้แก่พราหมณ์ กติกานั้นพระองค์ทรงรับรองไว้แล้ว ยังมิได้ปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์เลย ขอพระองค์จงทรงรักษาความสัตย์เสด็จกลับมาอีก (พระศาสดาเมื่อทรงแสดงความนั้น จึงได้ตรัสว่า) [๗๑] ก็พระเจ้าชัยทิศนั้นรอดพ้นจากเงื้อมมือของยักษ์โปริสาทแล้ว ทรงรีบเสด็จไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์ ทรงหวังจะปลดเปลื้องกติกาในการที่จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ รับสั่งเรียกหาอลีนสัตตุราชบุตรเข้ามาเฝ้า ตรัสว่า [๗๒] ลูกจงอภิเษกราชสมบัติในวันนี้ จงประพฤติธรรมในบริวารของตนและแม้ในบุคคลเหล่าอื่น อนึ่ง การประพฤติอธรรมขออย่าได้มีในแคว้นของลูก ส่วนพ่อจะไปสำนักของยักษ์โปริสาท (พระราชกุมารกราบทูลว่า) [๗๓] ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท หม่อมฉันทำกรรมอะไร จึงทำให้พระราชบิดาไม่พอพระทัย และวันนี้พระราชบิดาจะให้หม่อมฉันดำรงราชสมบัติ เพราะการงานที่ทำให้พระราชบิดาไม่พอพระทัยอันใด หม่อมฉันปรารถนาจะสดับข้อนั้นๆ แม้ราชสมบัติเว้นพระราชบิดาหม่อมฉันก็ไม่พึงปรารถนา (พระราชาตรัสว่า) [๗๔] ลูกรัก พ่อมิได้ระลึกถึงความผิดของลูก เพราะการกระทำหรือเพราะคำพูดของลูกนี้เลย เพราะให้สัจจะไว้กับยักษ์โปริสาท พ่อต้องรักษาความสัตย์ จักต้องกลับไปอีก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๔๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

(พระราชกุมารกราบทูลว่า) [๗๕] หม่อมฉันจักไปแทน ขอพระองค์ประทับอยู่ที่นี้ การที่จะรอดชีวิตพ้นมาจากสำนักยักษ์โปริสาทย่อมไม่มี ขอเดชะ ถ้าพระราชบิดาจะเสด็จไปจริงๆ หม่อมฉันก็จะตามเสด็จด้วย แม้เราทั้ง ๒ จะไม่รอดชีวิต (พระราชาตรัสว่า) [๗๖] ลูกรัก นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษอย่างแท้จริง แต่เมื่อใดยักษ์โปริสาทเท้าด่าง ข่มขี่ทำลายลูกแล้วย่างกินที่โคนต้นไม้ ข้อนั้นพึงเป็นทุกข์ยิ่งกว่าการตายของพ่อเสียอีก (พระราชกุมารกราบทูลว่า) [๗๗] หม่อมฉันจักเอาชีวิตแลกเปลี่ยนชีวิตของเสด็จพ่อ เสด็จพ่ออย่าได้เสด็จไปสำนักยักษ์โปริสาทเลย ก็หม่อมฉันจักแลกเปลี่ยนเอาชีวิตของเสด็จพ่อนั้นไว้ เพราะเหตุนั้น จึงขอยอมตายเพื่อชีวิตของเสด็จพ่อ (พระศาสดาเมื่อจะประกาศความนั้น จึงตรัสว่า) [๗๘] ลำดับนั้นแล พระราชบุตรผู้ทรงมีพระปรีชา ถวายบังคมพระยุคลบาทพระมารดาพระบิดาแล้วเสด็จไป พระมารดาของท้าวเธอทรงระทมทุกข์ ล้มลงที่พื้นปฐพี ส่วนพระบิดานั้นเล่าทรงประคองพระพาหาทั้ง ๒ แล้วทรงกันแสง (และเมื่อจะประกาศสัจจะ จึงได้ตรัสต่อไปอีกว่า) [๗๙] พระบิดาทรงทราบชัดว่าพระโอรสกำลังมุ่งหน้าเสด็จไป จึงบ่ายพระพักตร์ต่อเบื้องพระปฤษฎางค์ ประคองอัญชลี นมัสการว่า ลูกรัก ขอลูกจงมีเทพเหล่านี้ คือ ท้าวโสมะ ท้าววรุณ ท้าวปชาบดี พระจันทร์ และสุริยเทพคุ้มครอง ขอลูกจงได้รับอนุญาตกลับมาจากสำนักยักษ์โปริสาทด้วยความสวัสดี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

(พระชนนีทรงทำสัจจกิริยาว่า) [๘๐] ลูกรัก มารดาของพ่อรามได้รับการคุ้มครองอย่างดี ได้กระทำความสวัสดีอันใดให้แก่พ่อรามผู้ไปยังแคว้นของพระเจ้า ทัณฑกี แม่ขอกระทำความสวัสดีอันนั้นให้แก่ลูก ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพเจ้าโปรดระลึกถึงลูก ขอลูกจงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด (พระภคินีทรงทำสัจจกิริยาว่า) [๘๑] น้องนึกไม่ออกเลย ถึงการคิดประทุษร้ายเจ้าพี่อลีนสัตตุในที่แจ้งหรือที่ลับ ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพโปรดระลึกถึงเจ้าพี่ ขอเจ้าพี่ทรงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด (พระชายาทรงทำกิริยาว่า) [๘๒] ขอเดชะพระสวามี ก็เพราะพระองค์มิได้ประพฤตินอกใจ หม่อมฉันเลย ฉะนั้น พระองค์มิได้เป็นที่รักจากใจหม่อมฉันก็หาไม่ ด้วยความสัตย์นี้ ขอทวยเทพโปรดระลึกถึงพระองค์ ขอพระองค์ทรงได้รับอนุญาตกลับมาด้วยความสวัสดีเถิด (ลำดับนั้น ยักษ์กล่าวว่า) [๘๓] เจ้ามีร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้างาม มาจากไหน เจ้าไม่รู้หรือว่าเราอยู่ในป่า ใครๆ เขาก็รู้จักเราผู้ชั่วร้ายว่า เป็นยักษ์กินคน มีใครเล่าเมื่อรู้ถึงความปลอดภัยพึงมาที่นี้ (พระราชกุมารตรัสว่า) [๘๔] นายพราน เรารู้ว่าท่านกินคน เราจะไม่รู้ว่าท่านอยู่ในป่าก็หาไม่ เราเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ เพราะต้องการจะปลดเปลื้องพระบิดา วันนี้ท่านจงปล่อยพระบิดา จงกินเราเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

(ยักษ์กราบทูลว่า) [๘๕] เรารู้ว่าท่านเป็นพระโอรสของพระเจ้าชัยทิศ เพราะใบหน้าและผิวพรรณของท่านทั้ง ๒ คล้ายคลึงกัน การที่บุคคลยอมตายเพื่อปลดเปลื้องบิดาของตน นี้เป็นกรรมที่กระทำได้ยาก แต่ท่านได้กระทำแล้ว (พระราชกุมารตรัสว่า) [๘๖] ในเรื่องนี้เรามิได้สำคัญว่าทำได้ยากอะไรนัก บุคคลใดยอมตายเพื่อปลดเปลื้องบิดาของตน หรือเพราะเหตุแห่งมารดา บุคคลนั้นไปสู่ปรโลกแล้ว เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขและอารมณ์อันเลิศ (พระราชกุมารถูกยักษ์ถามถึงความไม่กลัวตาย จึงตรัสว่า) [๘๗] ก็เราระลึกไม่ได้สักนิดเดียว ถึงการกระทำความชั่วของตนทั้งในที่แจ้งหรือที่ลับ เราเป็นผู้มีการเกิดและการตายตามกำหนด การพ้นจากความตายย่อมไม่มีในโลกนี้ฉันใด ในโลกหน้าก็ฉันนั้น [๘๘] ท่านผู้มีอานุภาพมาก วันนี้ท่านจงกินเราบัดนี้เถิด จงทำกิจที่ควรทำกับสรีระนี้ หรือว่าเพื่อท่านเราจะตกจากยอดไม้ ท่านพอใจจงกินเนื้อของเราส่วนที่ท่านพอใจเถิด (ยักษ์ฟังพระดำรัสแล้วตกใจกลัว จึงกราบทูลว่า) [๘๙] ท่านราชบุตร ถ้าท่านพอใจอย่างนี้ ท่านจะสละชีวิตเพื่อปลดเปลื้องพระบิดา ฉะนั้น ท่านจงรีบหักฟืน ก่อไฟให้โพลงขึ้นในที่นี้ (พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเหตุนั้น จึงตรัสว่า) [๙๐] ลำดับนั้นแล พระราชบุตรผู้ทรงปรีชาได้รวบรวมฟืน ก่อไฟกองใหญ่ขึ้นแล้ว จึงตรัสบอกให้ยักษ์ทราบว่า บัดนี้ไฟกองใหญ่เราได้ก่อแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๓. ชยัททิสชาดก (๕๑๓)

(พระราชกุมารทรงเห็นกิริยาของยักษ์นั้น จึงตรัสว่า) [๙๑] บัดนี้ท่านจงข่มขี่กินเราในวันนี้เถิด ทำไมท่านจึงขนพองเพ่งดูเราบ่อยๆ เรากระทำตามคำของท่าน ตามที่ท่านพอใจจะกินเรา (ยักษ์กราบทูลว่า) [๙๒] ใครเล่าควรที่จะกินคนผู้ดำรงอยู่ในธรรม มีปกติกล่าวคำสัตย์ รู้ถ้อยคำของผู้ขอเช่นท่าน บุคคลใดพึงกินคนผู้มีปกติกล่าวคำสัตย์เช่นนั้น แม้ศีรษะของบุคคลนั้นก็พึงแตกออก ๗ เสี่ยง (พระราชกุมารตรัสว่า) [๙๓] เพราะสสบัณฑิตนั้นสำคัญท้าวสักกเทวราชนี้ว่าเป็นพราหมณ์ จึงได้ให้สิงอยู่ในสรีระของตน ยักษ์ เพราะเหตุนั้นแล จันทิมเทพบุตรนั้นจึงมีรูปกระต่ายปรากฏอยู่ ซึ่งให้ความพอใจแก่ชาวโลกตราบจนทุกวันนี้ (ยักษ์เมื่อจะปล่อยพระราชกุมาร จึงกราบทูลว่า) [๙๔] ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์พ้นจากปากราหูแล้วย่อมไพโรจน์ ในดิถีเพ็ญ ๑๕ ค่ำฉันใด ท่านผู้มีอานุภาพมาก แม้ท่านก็ฉันนั้น พ้นแล้วจากยักษ์โปริสาท ยังพระบิดาและพระมารดาให้ปลื้มพระทัย จงไพโรจน์ในกบิลรัฐเถิด อนึ่ง ขอพระประยูรญาติของพระองค์ทุกฝ่ายจงร่าเริงยินดีทั่วหน้า (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า) [๙๕] ลำดับนั้น พระราชบุตรทรงพระนามอลีนสัตตุผู้ทรงพระปรีชา ทรงประคองอัญชลี ถวายบังคมโปริสาทดาบส ทรงได้รับอนุญาตเสด็จกลับกบิลรัฐอย่างสุขสวัสดีและปลอดภัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๕๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๖. ติงสตินิบาต]

๔. ฉัททันตชาดก (๕๑๔)

(พระศาสดาเมื่อจะทรงแสดงกิริยาที่ชาวมคธถวายการต้อนรับพระราชกุมาร จึงตรัสว่า) [๙๖] ชาวนิคม ชาวชนบท พลช้าง พลรถ และพลเดินเท้าล้วนประคองอัญชลี เข้าเฝ้าถวายบังคม กราบทูลท้าวเธอว่า ขอถวายบังคมแด่พระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้กระทำกิจที่ทำได้ยาก
ชยัททิสชาดกที่ ๓ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๕๔๗-๕๕๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=513                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=9309&Z=9414                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=2296                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :