ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส
แสดงญาณในมหากรุณาสมาบัติ
[๑๑๗] ญาณในมหากรุณาสมาบัติของพระตถาคต เป็นอย่างไร คือ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นด้วยอาการเป็น อันมาก จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ คือ พระผู้มีพระภาคทั้งหลาย ตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า “โลกสันนิวาสอันไฟลุกโชนแล้ว” จึงทรงแผ่ พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณา เห็นว่า “โลกสันนิวาสยกพลแล้ว” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเคลื่อนพลแล้ว” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดินทางผิดแล้ว” ฯลฯ “โลกถูกชรานำไปแล้ว ไม่ยั่งยืน” ฯลฯ “โลกไม่มีที่ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่” ฯลฯ “โลกไม่มีอะไรเป็นของตน จำต้องละทิ้งสิ่ง ทั้งปวงไป” ฯลฯ “โลกพร่อง ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา” ฯลฯ “โลกสันนิวาส ไม่มีที่ต้านทาน” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่เร้น” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่เป็นที่พึ่งของใคร” ฯลฯ “โลกฟุ้งซ่าน ไม่สงบ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกลูกศรเป็นอันมากเสียบแทงแล้ว ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยถอนลูกศรทั้งหลายของโลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสมีความมืดคืออวิชชาปิดกั้นไว้ ถูกขังไว้ในกรงกิเลส ใครอื่น นอกจากเราผู้จะแสดงธรรมให้แสงสว่างแก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค]

๑. ญาณกถา ๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส

“โลกสันนิวาสตกอยู่ในอำนาจของอวิชชา มืดมน อันอวิชชาหุ้มห่อไว้ ยุ่งดุจเส้นด้าย พันกันเป็นกลุ่มก้อน นุงนังดุจหญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย ไม่ล่วงพ้นสงสารคือ อบาย ทุคติ และวินิบาต” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกยาพิษที่มีโทษคืออวิชชาฉาบทา หนาแน่นแล้ว มีกิเลสเป็นโทษ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสรกชัฏด้วยราคะ โทสะ และโมหะ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยสางรกชัฏแก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกองตัณหาสุมไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกข่ายตัณหาครอบไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกระแสตัณหาพัดไป” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกตัณหาเครื่อง ข้องคล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะตัณหานุสัย” ฯลฯ “โลกสันนิวาส เดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนเพราะตัณหา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเร่าร้อนด้วยความ เร่าร้อนเพราะตัณหา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกองทิฏฐิสุมไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกข่ายคือทิฏฐิครอบไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกระแสทิฏฐิพัดไป” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิเป็นเครื่อง ข้องคล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะทิฏฐานุสัย” ฯลฯ “โลกสันนิวาส เดือดร้อนด้วยความเดือดร้อนเพราะทิฏฐิ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเร่าร้อนด้วยความ เร่าร้อนเพราะทิฏฐิ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกชาติติดตาม” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกชราตามติด” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกพยาธิครอบงำ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกมรณะห้ำหั่น” ฯลฯ “โลกสันนิวาสตกอยู่ในกองทุกข์” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกตัณหาดักไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกำแพงคือชราล้อมไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกบ่วงมัจจุคล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกผูกไว้ด้วยเครื่องผูกเป็น อันมาก ได้แก่ เครื่องผูกคือราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส ทุจริต ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยแก้เครื่องผูกให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไปในทางที่แคบมาก ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยชี้ทางสว่างให้แก่ โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกความกังวลเป็นอันมากพัวพันไว้ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยตัดความกังวลให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสตกลงไปในเหวใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค]

๑. ญาณกถา ๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส

พ้นจากเหวได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเดินทางกันดารมาก ใครอื่นนอกจาก เราผู้จะช่วยให้โลกสันนิวาสนั้นข้ามพ้นทางกันดารได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาส เดินไปในสังสารวัฏใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยให้โลกสันนิวาสนั้นพ้นจาก สังสารวัฏได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกลิ้งเกลือกอยู่ในหล่มใหญ่ ใครอื่นนอก จากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้พ้นจากหล่มได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาส ติดอยู่ในเปือกตมอันกว้างใหญ่ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้ พ้นจากเปือกตมได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกไฟคือราคะ โทสะ โมหะ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสกระทบแล้ว ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยดับไฟเหล่านั้นให้แก่ โลกสันนิวาสได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสทุรนทุราย เดือดร้อนเป็นนิตย์ ไม่มี อะไรต้านทาน ต้องรับอาชญา ต้องทำตามอาชญา” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกผูกด้วย เครื่องผูกในวัฏฏะ ปรากฏอยู่ในตะแลงแกง ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยแก้เครื่องผูก ให้แก่โลกสันนิวาสนั้นให้หลุดพ้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง ควรได้ รับความกรุณาอย่างยิ่ง ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยต้านทานให้แก่โลกสันนิวาสนั้นได้ เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกทุกข์เสียบแทงบีบคั้นมานาน” ฯลฯ “โลกสันนิวาส ติดใจกระหายเป็นนิตย์” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเป็นโลกบอด ไม่มีจักษุ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสมีจักษุเสื่อมไป ไม่มีผู้นำ” ฯลฯ “โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ทางผิด หลงทางแล้ว ใครอื่นนอกจากเรา ผู้จะช่วยนำพาโลกสันนิวาสนั้นมาสู่ทางอริยะนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ “โลกสันนิวาส แล่นไปสู่ห้วงโมหะ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยฉุดโลกสันนิวาสนั้นให้พ้นจากห้วง โมหะนั้นได้เป็นไม่มี” ฯลฯ [๑๑๘] “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิ ๒ อย่างกลุ้มรุม” ฯลฯ “โลกสันนิวาส ปฏิบัติผิดด้วยทุจริต ๓” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเต็มไปด้วยกิเลสเครื่องประกอบ ๔ อย่าง ถูกกิเลสเครื่องประกอบ ๔ อย่างประกอบไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกกิเลส เครื่องร้อยรัด ๔ อย่างร้อยไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถือมั่นด้วยอุปาทาน ๔” ฯลฯ “โลกสันนิวาสขึ้นสู่คติ ๕” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่ด้วยกามคุณ ๕” ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค [๑. มหาวรรค]

๑. ญาณกถา ๗๑. มหากรุณาญาณนิทเทส

“โลกสันนิวาสถูกนิวรณ์ ๕ ทับไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสวิวาทกันอยู่ด้วยมูลเหตุ แห่งการวิวาท ๖ อย่าง” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่ด้วยกองตัณหา ๖” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิ ๖ อย่างกลุ้มรุมแล้ว” ฯลฯ “โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะ อนุสัย ๗” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกสังโยชน์ ๗ คล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาส ฟูขึ้นเพราะมานะ ๗” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเวียนอยู่เพราะโลกธรรม ๘” ฯลฯ “โลกสันนิวาสดิ่งลงเพราะ มิจฉัตตะ ๘” ฯลฯ “โลกสันนิวาสประทุษร้ายกันเพราะบุรุษโทษ ๘” ฯลฯ “โลก- สันนิวาสมุ่งร้ายกันเพราะอาฆาตวัตถุ ๙” ฯลฯ “โลกสันนิวาสพองขึ้นเพราะมานะ ๙” ฯลฯ “โลกสันนิวาสกำหนัดอยู่เพราะธรรมอันมีตัณหาเป็นมูล ๙” ฯลฯ “โลก- สันนิวาสย่อมเศร้าหมองเพราะกิเลสวัตถุ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสมุ่งร้ายกันเพราะ อาฆาตวัตถุ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสถูกสังโยชน์ ๑๐ คล้องไว้” ฯลฯ “โลกสันนิวาสดิ่งลงเพราะมิจฉัตตะ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเพียบพร้อมด้วยมิจฉาทิฏฐิ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาส เพียบพร้อมด้วยสักกายทิฏฐิอันมีวัตถุ ๑๐” ฯลฯ “โลกสันนิวาสเนิ่นช้าเพราะ ตัณหา ๑๐๘ ทำให้เนิ่นช้า” ฯลฯ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณา เห็นว่า “โลกสันนิวาสถูกทิฏฐิ ๖๒ กลุ้มรุม” จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ พระผู้มีพระภาคทั้งหลายตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่า “ส่วนเราเป็นผู้ข้าม ได้แล้ว แต่สัตว์โลกยังข้ามไม่ได้ เราเป็นผู้พ้นแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่พ้น เราเป็นผู้ ฝึกแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่ได้ฝึก เราเป็นผู้สงบแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่สงบ เราเป็นผู้ เบาใจแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่เบาใจ เราเป็นผู้ดับรอบแล้ว แต่สัตว์โลกยังไม่ดับรอบ เราเป็นผู้ข้ามได้แล้วจะให้สัตว์โลกข้ามได้ด้วย เราเป็นผู้พ้นแล้วจะให้สัตว์โลกพ้นได้ด้วย เราฝึกได้แล้ว จะฝึกสัตว์โลกได้ด้วย เราเป็นผู้สงบแล้วจะให้สัตว์โลกสงบได้ด้วย เรา เป็นผู้เบาใจแล้วจะให้สัตว์โลกเบาใจได้ด้วย เราเป็นผู้ดับสนิทแล้วจะให้สัตว์โลกดับ สนิทได้ด้วย” จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ นี้เป็นญาณในมหากรุณาสมาบัติของพระตถาคต
มหากรุณาญาณนิทเทสที่ ๗๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๑ หน้า : ๑๘๒}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๑ หน้าที่ ๑๗๙-๑๘๒. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=31&siri=58                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=31&A=3164&Z=3247                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=285                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu31


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com