ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน

๒. สีหาสนิยวรรค
หมวดว่าด้วยการถวายแท่นสีหาสน์เป็นต้น
๑. สีหาสนทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสีหาสนทายกเถระ
(พระสีหาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เมื่อปาพจน์๑- แผ่กว้างออกไป เมื่อศาสนาอันมหาชนรู้กันแล้ว [๒] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีได้ทำพระแท่นสีหาสน์๒- ครั้นทำเสร็จแล้วได้ทำตั่งสำหรับรองพระบาทถวาย [๓] ในฤดูฝน ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนคลุมบนพระแท่นสีหาสน์นั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปบังเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต [๔] บุญกรรมได้สร้างวิมานยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๔ โยชน์ไว้อย่างดีในขณะนั้นเพื่อข้าพเจ้า [๕] นางเทพกัญญา ๗,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ บุญกรรมได้เนรมิตบัลลังก์ทองไว้อย่างดีในวิมาน [๖] ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์ ได้รับการจัดเตรียมไว้แล้ว ปราสาทและวอก็บังเกิดขึ้นตามต้องการ เชิงอรรถ : ปาพจน์ หมายถึงปิฎก ๓ (คือวินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก) (ขุ.อป.อ. ๒/๑/๒) พระแท่นสีหาสน์ หมายถึงอาสนะอย่างดี (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๙/๓๕) เป็นอาสนะของพระผู้มีพระภาคผู้องอาจ ดุจสีหะ เป็นอาสนะที่ประดับด้วยของมีค่า เช่น เงิน และทองเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๒๑๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๑. สีหาสนทายกเถราปทาน

[๗] บัลลังก์แก้วมณีและบัลลังก์ไม้แก่นชนิดอื่นอีกจำนวนมาก ทั้งหมดบังเกิดขึ้นเพื่อข้าพเจ้า นี้เป็นผลของการถวายพระแท่นสีหาสน์ [๘] ข้าพเจ้าสวมเขียงเท้าซึ่งทำด้วยทองคำ เงิน แก้วผลึก และแก้วไพฑูรย์ นี้เป็นผลของการถวายตั่งสำหรับรองพระบาท [๙] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม [๑๐] ในกัปที่ ๗๓ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าอินทะ ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าสุมนะ [๑๑] ในกัปที่ ๗๐ ถ้วนนับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าวรุณะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ทรงเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ [๑๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านสีหาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้
สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๐๒-๑๐๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=13                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=1213&Z=1237                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=13                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :