ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๔. จูฬปันถกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระจูฬปันถกเถระ
(พระจูฬปันถกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๓๕] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์เสด็จหลีกออกจากหมู่คณะ ไปอาศัยอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ในครั้งนั้น [๓๖] ครั้งนั้น แม้ข้าพเจ้าก็อยู่ในอาศรมใกล้ภูเขาหิมพานต์ ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้มีความเพียรมาก ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ซึ่งเสด็จมาไม่นาน [๓๗] ข้าพเจ้าถือร่มดอกไม้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้องอาจกว่านรชน ข้าพเจ้าได้ทำอันตราย(รบกวนสมาธิ) ต่อพระผู้มีพระภาคผู้กำลังเข้าสมาธิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๔. จูฬปันถกเถราปทาน

[๓๘] ข้าพเจ้าใช้มือทั้ง ๒ ประคองร่มดอกไม้แล้ว ได้ถวายพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระทรงรับแล้ว [๓๙] เทวดาเหล่านั้นทั้งหมดมีใจยินดี พากันเข้าไปยังป่าหิมพานต์ ส่งเสียงสาธุการว่า พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ จักทรงอนุโมทนา [๔๐] ครั้นแล้ว เทวดาเหล่านั้น ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ผู้สูงสุดแห่งนรชน ขณะเมื่อข้าพเจ้ากั้นร่มดอกบัวชั้นดีเยี่ยมอยู่ในอากาศ [๔๑] (พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระตรัสว่า) เราจักพยากรณ์ดาบสผู้ที่ประคองร่มดอกบัวร้อยกลีบถวายเรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว [๔๒] ดาบสนี้จักครองเทวสมบัติ ๒๕ กัป จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ชาติ [๔๓] เขาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นดอกบัวก็จักกั้นอยู่เบื้องบนเขาผู้นั่งหรือยืนอยู่กลางแจ้ง [๔๔] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก [๔๕] เมื่อพระศาสดาทรงประกาศธรรมวินัยแล้ว ดาบสนี้จักเกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้สูงสุดในการแปลงกายได้ดังใจนึก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๔. จูฬปันถกเถราปทาน

[๔๖] จักมีชายหนุ่มสองพี่น้องชื่อว่าปันถกะ ทั้ง ๒ คน ครั้นได้บรรลุประโยชน์อย่างสูงสุดแล้ว๑- จักทำให้ศาสนารุ่งเรือง [๔๗] ข้าพเจ้านั้นอายุได้ ๑๘ ปี บวชเป็นบรรพชิต ยังไม่สำเร็จคุณวิเศษในศาสนาของพระผู้มีพระภาคผู้ศากยบุตร [๔๘] ข้าพเจ้าโง่เขลา เพราะเคยดูหมิ่นผู้อื่น พระพี่ชายจึงขับไล่ข้าพเจ้าว่าจงกลับไปบ้านของตนเดี๋ยวนี้ [๔๙] ข้าพเจ้านั้นถูกขับไล่แล้วเสียใจ ยืนอยู่ที่ซุ้มประตูสังฆาราม หมดอาลัยในความเป็นสมณะ [๕๐] ลำดับนั้น พระศาสดาได้เสด็จมายังสถานที่นั้น ทรงลูบศีรษะข้าพเจ้า ทรงจูงแขนข้าพเจ้าพาเข้าสู่สังฆาราม [๕๑] พระศาสดาได้ประทานผ้าสำหรับเช็ดเท้าให้ข้าพเจ้า ด้วยความอนุเคราะห์แล้วตรัสว่า เธอจงอธิษฐานผ้าสะอาดอย่างนี้ ข้าพเจ้าได้อธิษฐาน ณ ที่สมควร [๕๒] ข้าพเจ้าใช้มือทั้ง ๒ จับผ้าผืนนั้นแล้วระลึกถึงดอกบัว จิตของข้าพเจ้าก็น้อมไปในดอกบัวนั้น ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุอรหัตตผล [๕๓] ข้าพเจ้าถึงความสำเร็จในการแปลงกายทั้งหลาย ได้ดังใจนึกในที่ทุกสถาน กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ เชิงอรรถ : ประโยชน์อย่างสูงสุด ในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๑/๓๐๘/๒๘๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค]

๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน

[๕๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจูฬปันถกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
จูฬปันถกเถราปทานที่ ๔ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๐๗-๑๑๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=16                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=1283&Z=1319                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=16                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com