ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุตตเรยยทายกเถระ
(พระอุตตเรยยทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๙๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้คงแก่เรียน ทรงจำมนตร์ จบไตรเพท อยู่ในกรุงหงสวดี [๙๑] เวลานั้น ข้าพเจ้ามีพวกศิษย์ของตนแวดล้อม เป็นคนมีตระกูล ศึกษาดี ออกไปจากกรุงเพื่อต้องการจะรดน้ำ [๙๒] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง เสด็จเข้ามายังกรุงพร้อมกับพระขีณาสพหลายพันองค์ [๙๓] ข้าพเจ้าเห็นพระองค์มีพระรูปงามยิ่งนัก ไม่หวั่นไหวเหมือนรูปที่เขาหล่อไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค]

๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน

มีพระอรหันต์ทั้งหลายแวดล้อม ครั้นแล้วได้ทำจิตให้เลื่อมใส [๙๔] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า นมัสการพระองค์ผู้มีวัตรงามแล้ว ได้ถวายผ้าห่ม [๙๕] ข้าพเจ้าประคองผ้าสาฎกด้วยมือทั้ง ๒ แล้วยกขึ้น ผ้าสาฎกปกปิด(บังแดดฝน)ตลอดทั่วพุทธบริษัท [๙๖] เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจำนวนมาก เที่ยวจาริกไปบิณฑบาตในเวลานั้น ผ้าสาฎกได้กั้นเป็นหลังคา ยังข้าพเจ้าให้ร่าเริง [๙๗] เมื่อหมู่ภิกษุเป็นต้นจะออกจากเรือน พระศาสดาผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ประทับยืนอยู่ที่ถนนได้ทรงทำอนุโมทนาว่า [๙๘] เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ถวายผ้าสาฎกแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด [๙๙] ผู้นั้นจักรื่นรมย์ในเทวโลก ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นจอมเทพครองเทวราชสมบัติในเทวโลก ๕๐ ชาติ [๑๐๐] เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรมอยู่ในเทวโลก จักมีผ้าเป็นหลังคาบังแดดฝนตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ [๑๐๑] และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน [๑๐๒] เมื่อเขาผู้พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ สิ่งที่เขาปรารถนาด้วยใจทุกอย่างจักบังเกิดขึ้นทันที {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค]

๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน

[๑๐๓] คนผู้นี้จักได้ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย และผ้าทั้งหลาย ซึ่งมีค่ามาก [๑๐๔] คนผู้นี้จักได้สิ่งที่ตนปรารถนาด้วยใจทุกอย่าง จักเสวยวิบากแห่งผ้าผืนเดียว ในกาลทุกเมื่อ [๑๐๕] ภายหลังเขาอันกุศลมูลตักเตือนแล้วจักออกบวช จักกระทำให้แจ้งซึ่งธรรมของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม [๑๐๖] น่าปลื้มใจ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ดีแล้ว แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ จึงได้บรรลุอมตบทเพราะถวายผ้าสาฎกผืนเดียว [๑๐๗] ผ้าเป็นหลังคาบังแดดฝนให้แก่ข้าพเจ้าผู้อยู่ในมณฑป ที่โคนไม้หรือในเรือนว่าง โดยรอบ ข้างละ ๑ วา [๑๐๘] ข้าพเจ้านุ่งห่มจีวรและใช้สอยปัจจัย ซึ่งไม่ได้ทำวิญญัติ(ไม่ได้ออกปากขอมา)ได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าห่มผืนเดียว [๑๐๙] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า [๑๑๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุตตเรยยทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุตตเรยยทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๕}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๕๑๓-๕๑๕. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=340                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=7036&Z=7070                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=340                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :