ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๕. โมฆราชเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระโมฆราชเถระ
(พระโมฆราชเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๖๔] พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นพระสยัมภูพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม เสด็จดำเนินไปที่ถนน [๖๕] ข้าพเจ้าก็มีศิษย์ทั้งหลายแวดล้อม ออกจากเรือนไป ครั้นออกไปแล้วได้พบพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกที่ถนนนั้น [๖๖] ข้าพเจ้าประคองอัญชลีเหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ชมเชยพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกว่า [๖๗] สัตว์ทั้งที่มีรูปก็ตาม ไม่มีรูปก็ตาม ที่มีสัญญาก็ตาม ไม่มีสัญญาก็ตาม มีจำนวนเท่าใด สัตว์จำนวนเท่านั้นทั้งหมด ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์ [๖๘] เปรียบเหมือนสัตว์น้ำเหล่าใดเหล่าหนึ่งบรรดามี สัตว์เหล่านั้นย่อมตกอยู่ภายในแหของคนที่เอาแหตาถี่ๆ เหวี่ยงคลุมน้ำ ฉะนั้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๕๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค]

๕. โมฆราชเถราปทาน

[๖๙] อนึ่ง สัตว์เหล่าใดมีเจตนา สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ทั้งที่มีรูป และไม่มีรูป ย่อมเข้าไปปรากฏภายในพระญาณของพระองค์ [๗๐] พระองค์ทรงช่วยเหลือสัตว์โลกที่อากูลด้วยความมืดนี้ได้ สัตว์เหล่านั้นได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมข้ามกระแสความสงสัยได้ [๗๑] สัตว์โลกถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้แล้ว ถูกความมืดปกคลุมแล้ว เมื่อพระญาณของพระองค์โชติช่วงอยู่ ความมืดก็ถูกขจัดแล้ว [๗๒] พระองค์เป็นผู้มีพระจักษุ บรรเทาความมืดที่ใหญ่หลวงของสัตว์ทั้งปวงได้ ชนจำนวนมากฟังธรรมของพระองค์แล้วจักนิพพาน [๗๓] ข้าพเจ้านำน้ำผึ้งรวงที่ไม่มีโทษ ใส่เต็มหม้อแล้ว ใช้มือทั้ง ๒ ข้างประคอง น้อมถวายพระผู้มีพระภาคผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ [๗๔] พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมาก ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงรับด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ พระผู้มีพระภาคผู้สัพพัญญู ครั้นเสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ [๗๕] พระศาสดาพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้องอาจกว่านรชน ประทับยืนอยู่ในอากาศ เมื่อจะทรงทำจิตของข้าพเจ้าให้เลื่อมใสได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า [๗๖] ผู้ใดชมเชยพระญาณนี้และชมเชยพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๕๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค]

๕. โมฆราชเถราปทาน

[๗๗] และผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๖๔ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชครองแผ่นดิน ๑๐๘ ชาติ [๗๘] จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๕ ชาติ จักครองประเทศราชในแผ่นดินนับชาติไม่ถ้วน [๗๙] เขาจักเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท จักบวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม [๘๐] เขาจักพิจารณาเนื้อความที่ลึกซึ้งละเอียดได้ด้วยญาณ จักมีนามว่าโมฆราช เป็นสาวกของพระศาสดา [๘๑] เขาจักสมบูรณ์ด้วยวิชชา ๓ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม ทรงเปรียบด้วยนายเกวียนผู้เลิศ จักทรงตั้งเขาไว้ในเอตทัคคะ [๘๒] ข้าพเจ้าละโยคะที่เป็นของมนุษย์ได้แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกพันคือภพได้แล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ [๘๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโมฆราชเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
โมฆราชเถราปทานที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๐}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๕๘-๑๖๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=37                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=1997&Z=2034                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=37                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :