ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค]

๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

๔๑. เมตเตยยวรรค
หมวดว่าด้วยพระเมตเตยยะเป็นต้น
๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระติสสเมตเตยยเถระ
(พระติสสเมตเตยยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑] (ข้าพเจ้าเป็น)ดาบสชื่อโสภิตะ บริโภคแต่ผลไม้ที่หล่นเอง อาศัยยอดเงื้อมอยู่ในระหว่างภูเขา [๒] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อเกิดในพรหมโลก จึงนำฟืนสำหรับก่อไฟมาสุมไฟให้ลุกโพลง [๓] พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา พระองค์ประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงเสด็จมาในสำนักของข้าพเจ้า [๔] ตรัสถามว่า ทำอะไรอยู่หรือ ท่านผู้มีบุญมาก ขอท่านจงให้ฟืนสำหรับก่อไฟแก่เราบ้าง เราจะบำเรอไฟ เพราะการบำเรอไฟนั้น ความบริสุทธิ์จักมีแก่เรา [๕] ข้าพเจ้าทูลว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นมนุษย์ ท่านเป็นผู้เจริญดี ท่านเข้าใจเทวดาดี เชิญท่านบำเรอไฟ เชิญท่านนำฟืนสำหรับก่อไฟไปเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค]

๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

[๖] ลำดับนั้น พระชินเจ้าทรงถือฟืนจากที่นั้นไปก่อไฟ แต่ไม่ทำฟืนให้ไหม้ในกองไฟนั้น เพราะพระองค์ผู้แสวงหาคุณ อันยิ่งใหญ่ทรงทำปาฏิหาริย์ [๗] พระชินเจ้าตรัสว่า ไฟของท่านไม่ลุกโพลง เครื่องบูชาของท่านไม่มีการบำเรอ ไฟของท่านไร้ประโยชน์ เชิญท่านบำเรอไฟของเราบ้างซิ [๘] ข้าพเจ้าทูลถามว่า ข้าแต่ท่านผู้มีความเพียรมาก ไฟของท่านเป็นเช่นไร ขอจงบอกไฟของท่าน เมื่อบอกแก่ข้าพเจ้าแล้ว เราทั้ง ๒ จะบูชา(ร่วมกัน) [๙] พระชินเจ้าตรัสว่า การบูชาของเรามีไว้ (เพื่อประโยชน์) ๓ ประการนี้ คือเพื่อดับธรรมที่เป็นเหตุ ๑ เพื่อเผากิเลส ๑ เพื่อละความริษยาและความตระหนี่ ๑ [๑๐] ข้าพเจ้าทูลถามว่า ข้าแต่ท่านผู้มีความเพียรมาก ผู้นิรทุกข์ พระองค์เป็นคนเช่นไร มีตระกูลอย่างไร ข้าพเจ้าชอบใจอาจาระและข้อปฏิบัติของพระองค์นัก [๑๑] พระชินเจ้าตรัสตอบว่า เราเกิดในตระกูลกษัตริย์ ถึงความสำเร็จแห่งอภิญญา สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค]

๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

[๑๒] ข้าพเจ้าทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ส่องแสงสว่าง ทรงบรรเทาความมืด ถ้าพระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ข้าพระองค์จักขอนอบน้อมพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ [๑๓] ข้าพเจ้าจึงปูหนังสัตว์ถวายให้เป็นที่ประทับนั่ง พระสัพพัญญูประทับนั่งบนหนังสัตว์นั้น ข้าพเจ้าอุปัฏฐากพระองค์ [๑๔] พระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนหนังสัตว์ที่ข้าพเจ้าปูถวายนั้น ข้าพเจ้านิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้ไปยังภูเขา [๑๕] เก็บผลมะพลับใส่หาบจนเต็ม นำผลมาคลุกเคล้าด้วยน้ำผึ้งแล้ว ได้ถวายแด่พระพุทธเจ้า [๑๖] เมื่อข้าพเจ้ามองดูอยู่ พระชินเจ้าทรงเสวยในขณะนั้น ข้าพเจ้ามองดูพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์ [๑๗] พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งอยู่ในอาศรมของข้าพเจ้า ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า [๑๘] เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใสได้ถวายผลไม้ ให้เราฉันจนอิ่มหนำ ด้วยมือของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด [๑๙] ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๒๕ ชาติ และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค]

๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน

[๒๐] ข้าว น้ำ ผ้า และที่นอน ซึ่งสมควรแก่ค่ามาก ดังจะรู้ความดำริของเขา ผู้ประกอบด้วยบุญกรรม [๒๑] ปัจจัยทั้งหลาย ประกอบด้วยบุญกรรมจักบังเกิดขึ้นทันที ผู้นี้จักบันเทิง และไม่มีโรคตลอดเวลา [๒๒] เขาเกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้น เขาจักได้เป็นมนุษย์ มีสุขในที่ทุกแห่ง [๒๓] เขาเป็นผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจักเป็นพระอรหันต์ [๒๔] ตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ รู้เดียงสา ความพร่องในโภคสมบัติไม่มีแก่ข้าพเจ้าเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ [๒๕] ข้าพเจ้าบรรลุถึงธรรมอย่างประเสริฐแล้ว ถอนราคะและโทสะขึ้นได้แล้ว สิ้นอาสวะทั้งปวงแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก [๒๖] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ [๒๗] การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค]

๒. ปุณณกเถราปทาน

[๒๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติสสเมตเตยยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ติสสเมตเตยยเถราปทานที่ ๑ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๖๕๔-๖๕๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=403                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=8871&Z=8931                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=403                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :