ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระโสณโกฬิวิสเถระ
(พระโสณโกฬิวิสเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๒๕] ข้าพเจ้าได้ให้ก่อสร้างที่จงกรมฉาบทาด้วยปูนขาว ถวายพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ [๒๖] ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้สีต่างๆ ลาดที่จงกรม และทำให้เป็นเพดานไว้ในอากาศ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าผู้สูงสุดให้ทรงใช้สอย [๒๗] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าประคองอัญชลีถวายอภิวาทพระองค์ ผู้มีวัตรดีงาม แล้วมอบถวายศาลายาวแด่พระผู้มีพระภาค [๒๘] พระผู้มีพระภาคผู้ศาสดา ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ผู้มีพระจักษุ ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า แล้วทรงรับไว้ด้วยความอนุเคราะห์ [๒๙] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ครั้นทรงรับแล้ว จึงประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า [๓๐] เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีจิตเบิกบาน ซึ่งได้ถวายศาลายาวแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

[๓๑] รถเทียมด้วยม้า ๑,๐๐๐ ตัว จักปรากฏสำหรับผู้นี้ ซึ่งเพียบพร้อมด้วยบุญกรรม ในเวลาใกล้จะตาย [๓๒] ผู้นี้จักไปยังเทวโลกโดยยานนั้น เทวดาทั้งหลายจักพลอยบันเทิง ในเมื่อผู้นี้ถึงภพที่ดีแล้ว [๓๓] เขาจักครองวิมานซึ่งมีค่ามาก ประเสริฐที่สุด ฉาบทาด้วยดินคือแก้ว ประกอบด้วยเรือนยอดที่ล้ำเลิศ [๓๔] ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกถึง ๓๐,๐๐๐ กัป จักเป็นเทวราชตลอด ๒๕ กัป [๓๕] และจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ชาติ พระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้นแม้ทั้งหมด มีพระนามว่ายโสธระ๑- [๓๖] ผู้นี้ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว สร้างสั่งสมบุญ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกัปที่ ๒๘ [๓๗] แม้ในภพนั้นจักมีวิมานอย่างประเสริฐ ที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ ผู้นี้จักครองบุรีนั้น ซึ่งไม่ว่างเว้นจากเสียง ๑๐ ประการ๒- [๓๘] ในกัปที่นับมิได้ นับจากกัปนี้ไป เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินในแว่นแคว้น มีฤทธิ์มาก มีพระนามว่าโอกกากราช โดยพระโคตร [๓๙] นางกษัตริย์ ผู้มีวัยประเสริฐ๓- สูงชาติกว่าหญิงทั้งหมด ๑๖,๐๐๐ คน จักประสูติพระราชบุตรและพระราชบุตรี ๙ พระองค์ เชิงอรรถ : ชื่อว่า ยโสธระ เพราะทรงไว้ซึ่งยศคือบริวารสมบัติและทรัพย์สมบัติ (ขุ.อป.อ. ๒/๓๕/๘๑) ดูเชิงอรรถหน้า ๑๑๓ ในเล่มนี้ ฉบับพม่าและเถรคาถาอรรถกถาภาค ๒/๒๕๖ เป็น ปวรา จ สา นางนั้นประเสริฐ (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๒๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

[๔๐] นางกษัตริย์ ครั้นประสูติพระราชบุตร และพระราชบุตรี ๙ พระองค์แล้วจักสวรรคต และพระเจ้าโอกกากราชจักทรงอภิเษกนางกัญญา ผู้เป็นที่รักแรกรุ่นดรุณีเป็นพระมเหสี [๔๑] พระนางกัญญาจักทำให้พระเจ้าโอกกากราช ทรงพอพระทัยแล้วได้พร พระนางได้พรแล้วจักให้เนรเทศ พระราชบุตรและพระราชบุตรี [๔๒] พระราชบุตรและพระราชบุตรีทั้งหมดนั้น ถูกเนรเทศแล้วจักไปยังภูเขาสูงสุด พระราชบุตรทั้งหมดจักสมสู่กับพระกนิษฐภคินี เพราะกลัวว่าชาติตระกูลจะระคนกัน [๔๓] ส่วนพระเชษฐกัญญาพระองค์หนึ่งจักถูกพยาธิกลุ้มรุม กษัตริย์ทั้งหลายจักซ่อนไว้ด้วยคิดว่า ชาติตระกูลของพวกเราอย่าแตกสลายเลย [๔๔] กษัตริย์องค์หนึ่งจึงนำพระเชษฐกัญญานั้นมาสมสู่อยู่ด้วยกัน ความเกิดแห่งวงศ์โอกกากราชจักแยกกันในครั้งนั้น [๔๕] โอรสของกษัตริย์เหล่านั้นจักมีพระนามว่าโกลิยะ โดยพระชาติ จักได้เสวยโภคสมบัติ อันเป็นของมนุษย์มิใช่น้อยในภพนั้น [๔๖] ผู้นี้จุติจากกายนั้นแล้วจักไปเกิดยังเทวโลก แม้ในเทวโลกนั้นจักได้วิมานอย่างประเสริฐ น่ารื่นรมย์ใจ [๔๗] เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากเทวโลก มาเกิดเป็นมนุษย์ มีชื่อว่าโสณะ [๔๘] จักบำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว บำเพ็ญเพียรในศาสนาของพระศาสดา จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน

[๔๙] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ ทรงรู้วิเศษ มีความเพียรมาก ทรงเห็นคุณไม่มีที่สุด จักทรงตั้งเขาไว้ในตำแหน่งอันเลิศ [๕๐] เมื่อฝนตกแล้ว หญ้ายาวประมาณ ๔ องคุลี ยืนต้นอยู่ที่พื้นถูกลมพัดโชย สำหรับพระโยคาวจรผู้ประกอบความเพียร ผู้คงที่ ไม่มีอะไรจะยอดเยี่ยมยิ่งไปกว่าต้นหญ้านั้น๑- [๕๑] ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนตน ในการฝึกอย่างสูงสุด จิตข้าพเจ้าก็ตั้งไว้ดีแล้ว ภาระทั้งหมดข้าพเจ้าก็ปลงลงแล้ว ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพานแล้ว [๕๒] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอังคีรสมหานาค๒- ทรงเป็นอภิชาตบุตร ผู้ดุจพญาราชสีห์ ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งอันเลิศ [๕๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโสณโกฬิวิสเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
โสณโกฬิวิสเถราปทานที่ ๒ จบ
เชิงอรรถ : เดิมแปลว่า “เมื่อฝนตกในที่ประชุม ๔ นิ้ว หญ้าประมาณหนึ่งองคุลีถูกซัดแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้คงที่ ซึ่งประกอบความเพียร ความถึงที่สุด ไม่มียิ่งขึ้นไปกว่านั้น” คำว่า ...องฺคลุมฺห ประมาณหนึ่งองคุลี” ฉบับพม่าและ ขุ.เถร.อ. ๒/๒๕๗ เป็น “...องฺคณมฺหิ ที่พื้น (เนิน)” คำว่า “ปารมตา เดิมแปลว่า ความถึงที่สุด” แปลใหม่ว่า “ยอดเยี่ยม” ชื่อว่าอังคีรส เพราะมีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระ ชื่อว่านาค เพราะไม่ไปยังอบาย ๔ เพราะฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ และภยาคติ หรือเพราะประพฤติชั่ว ชื่อว่ามหานาค เพราะเป็นใหญ่อันบุคคลบูชา แล้วและเป็นผู้ประเสริฐ (อังคีรสมหานาค จึงหมายถึงผู้มีรัศมีเปล่งออกจากพระสรีระเป็นผู้ไม่ไปในอบาย ๔ และเป็นผู้ประเสริฐ) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๗๐-๑๗๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=44                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=2170&Z=2223                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=44                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com