ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๙. สุภัททเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสุภัททเถระ
(พระสุภัททเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑๐๑] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ทรงพระยศยิ่งใหญ่ รื้อถอนหมู่ชน(ออกจากสังสารวัฏ) แล้วเสด็จดับขันธปรินิพพาน [๑๐๒] ก็เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จดับขันธปรินิพพาน โลกธาตุมีหมื่นจักรวาลหวั่นไหวแล้ว หมู่ชนและเทวดาจำนวนมากประชุมกันแล้ว ในครั้งนั้น [๑๐๓] ข้าพเจ้าบรรจุกฤษณาและดอกมะลิ จนเต็มผอบไม้จันทน์ แล้วมีจิตร่าเริงเบิกบาน บูชาพระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๙. สุภัททเถราปทาน

[๑๐๔] พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว บรรทมอยู่นั่นแลได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า [๑๐๕] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ใช้มาลัยของหอม บังร่มให้เราในกาลสุดท้าย ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด [๑๐๖] บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้ว จักไปเกิดยังหมู่เทวดาชั้นดุสิต ได้ครองราชสมบัติในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้ว จักไปเกิดยังสวรรค์ชั้นนิมมานรดี [๑๐๗] เขาถวายมาลัยที่ประเสริฐด้วยอุบายนี้นั่นเอง จักพอใจกรรมของตน เสวยสมบัติ [๑๐๘] บุคคลผู้นี้จักเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นอีก จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตนั้นแล้วจักไปเกิดเป็นมนุษย์ [๑๐๙] พระผู้มีพระภาคผู้มหานาคศากยบุตร ผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงมีพระจักษุ ทรงให้หมู่สัตว์จำนวนมากตรัสรู้แล้วจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน [๑๑๐] ครั้งนั้น เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักเข้าเฝ้า ครั้นเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วจักทูลถามปัญหาในครั้งนั้น [๑๑๑] พระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงให้เขาร่าเริงแล้ว ทรงทราบบุพกรรม จักทรงเปิดเผยสัจจะทั้งหลาย [๑๑๒] ปัญหานี้เขาพอใจแล้ว เขายินดี มีใจแน่วแน่ จักถวายอภิวาทพระศาสดาแล้วทูลขอบวช [๑๑๓] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงฉลาดในธรรมอันเลิศ ทรงเห็นเขามีใจเลื่อมใส ยินดีด้วยกรรมของตน จึงยอมให้บวช {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๙. สุภัททเถราปทาน

[๑๑๔] บุคคลผู้นี้เพียรพยายามในศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
ภาณวารที่ ๕ จบ
[๑๑๕] เราประกอบด้วยบุพกรรม มีใจแน่วแน่ มีจิตตั้งมั่น เป็นโอรสของพระพุทธเจ้า เป็นบุตรผู้เกิดแต่ธรรมซึ่งธรรมเนรมิตไว้ดีแล้ว [๑๑๖] ข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เป็นธรรมราชาแล้วได้ทูลถามปัญหาสูงสุด และพระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงพยากรณ์ปัญหาของข้าพเจ้า จึงทรงนำเข้าไปสู่กระแสธรรม [๑๑๗] ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีในศาสนาอยู่ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ [๑๑๘] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำซึ่งรุ่งเรืองสูงสุด ผู้ไม่มีอุปาทาน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ดังประทีปดับไปเพราะหมดน้ำมัน ฉะนั้น [๑๑๙] พระสถูปแก้วของพระผู้มีพระภาค สูงประมาณ ๗ โยชน์ ข้าพเจ้าได้นำธงที่สวยงามกว่าธงทั้งปวง น่ารื่นรมย์ใจ บูชาไว้ที่พระสถูปนั้น [๑๒๐] อัครสาวกชื่อว่าติสสะ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เป็นบุตรเป็นโอรสของข้าพเจ้า เป็นทายาทในศาสนาของพระชินเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๑๐. จุนทเถราปทาน

[๑๒๑] ข้าพเจ้ามีใจเลวทราม กล่าววาจาไม่ไพเราะแก่อัครสาวกนั้น ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความเจริญจึงได้มีแก่ข้าพเจ้าในภายหลัง [๑๒๒] พระชินมุนีผู้ทรงมีความเพียรมาก ทรงเกื้อกูลประกอบด้วยพระกรุณา ทรงประทานบรรพชาแก่ข้าพเจ้าบนที่บรรทมครั้งสุดท้าย ณ สาลวัน ซึ่งเป็นที่แวะเวียนมาแห่งมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย [๑๒๓] บัดนี้ การบรรพชาอุปสมบท มีแก่ข้าพเจ้า ในวันนี้ การปรินิพพานของพระพุทธชินเจ้าผู้สูงสุด กว่าเทวดาและมนุษย์ได้มีเฉพาะหน้า [๑๒๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุภัททเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สุภัททเถราปทานที่ ๙ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๘๑-๑๘๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=51                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=2334&Z=2380                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=51                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com