ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๑๐. จุนทเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระจุนทเถระ
(พระจุนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑๒๕] ข้าพเจ้าให้ทำวัตถุควรบูชา แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ แล้วใช้ดอกมะลิปกปิดไว้ [๑๒๖] ข้าพเจ้าให้ทำดอกไม้นั้นเสร็จแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระพุทธเจ้า และได้ประคองดอกไม้ที่เหลือบูชาพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๑๐. จุนทเถราปทาน

[๑๒๗] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี นำดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้เช่นกับทองคำมีค่า ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก [๑๒๘] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว มีพระขีณาสพแวดล้อม ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว๑- ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า [๑๒๙] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายดอกไม้ซึ่งเป็นวัตถุควรบูชา ส่งกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งแก่เรา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด [๑๓๐] บุคคลผู้นี้จุติจากโลกนี้แล้วจักไปเกิดยังเทวโลก มีหมู่เทวดาแวดล้อม มีดอกมะลิโปรยปราย [๑๓๑] เขาจักมีภพที่สูงและวิมาน ที่สำเร็จด้วยทองคำและแก้วมณี ที่เกิดด้วยบุญกรรมปรากฏขึ้น [๑๓๒] เขาจักครองเทวสมบัติ มีเหล่านางเทพอัปสรแวดล้อม ได้เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ชาติ [๑๓๓] เขาจักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๓๐๐ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ [๑๓๔] จักเป็นใหญ่กว่ามนุษย์มีนามว่าทุชชัย เสวยบุญนั้น ประกอบด้วยกรรมของตน เชิงอรรถ : โอฆะ หมายถึงกิเลสดุจห้วงน้ำท่วมทับสัตว์ให้พินาศมี ๔ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๘/๙๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

๑๐. จุนทเถราปทาน

[๑๓๕] จักไม่ตกวินิบาตนรก ไปเกิดเป็นมนุษย์ เขามีเงินที่สั่งสมไว้ตั้งร้อยโกฏิมิใช่น้อย [๑๓๖] เขาจักบังเกิดในกำเนิด(มนุษย์)เป็นพราหมณ์ มีการศึกษามีปัญญาเป็นบุตรสุดที่รักของวังคันตพราหมณ์ กับนางสารีพราหมณี [๑๓๗] และภายหลังเขาจักบวช ในศาสนาของพระอังคีรสพุทธเจ้า มีนามว่าจุนทะ เป็นสาวกของพระศาสดา [๑๓๘] เขาจักได้เป็นพระขีณาสพ(สิ้นอาสวกิเลส) ขณะเป็นสามเณรทีเดียว กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน [๑๓๙] ข้าพเจ้าได้บำรุงพระผู้มีพระภาคผู้ทรงมีความเพียรมาก และสาวกอื่นๆ ผู้มีศีลเป็นที่รักจำนวนมาก และบำรุงพระเถระ(สารีบุตร)ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า เพื่อบรรลุประโยชน์สูงสุด [๑๔๐] ข้าพเจ้าครั้นบำรุงพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ได้เก็บพระธาตุใส่ไว้ในบาตร น้อมเข้าไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน [๑๔๑] พระพุทธเจ้าทรงประคองพระธาตุด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒ เมื่อจะทรงทำพระธาตุนั้นให้ปรากฏในโลกพร้อมทั้งเทวโลก จึงทรงประกาศว่าเป็นพระธาตุอัครสาวก(พระสารีบุตรเถระ) [๑๔๒] จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นอย่างวิเศษแล้ว และศรัทธาของข้าพเจ้าก็มั่นคงแล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค]

รวมอปทานที่มีในวรรค

[๑๔๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระจุนทเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
จุนทเถราปทานที่ ๑๐ จบ
อุปาลิวรรคที่ ๕ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อุปาลีเถราปทาน ๒. โสณโกฬิวิสเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน ๗. สยนทายกเถราปทาน ๘. จังกมทายกเถราปทาน ๙. สุภัททเถราปทาน ๑๐. จุนทเถราปทาน และมีคาถา ๑๔๔ คาถา {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๘๗}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๑๘๔-๑๘๗. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=52                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=2381&Z=2423                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=52                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :