ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค]

๑. มหากัจจายนเถราปทา

๕๔. กัจจายนวรรค
หมวดว่าด้วยพระกัจจายนะเป็นต้น
๑. มหากัจจายนเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระมหากัจจายนเถระ
(พระมหากัจจายนเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้หมดตัณหา ทรงชนะสิ่งที่ใครๆ เอาชนะไม่ได้ ทรงเป็นผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป [๒] พระองค์เป็นผู้แกล้วกล้า มีพระเนตรเหมือนกลีบบัว มีพระพักตร์ปราศจากมลทินดุจดวงจันทร์ มีพระฉวีวรรณดุจทองคำ มีพระรัศมีเสมอด้วยแสงอาทิตย์ [๓] ดึงดูดดวงตาและดวงใจของสัตว์ไว้ได้ ประดับด้วยพระลักษณะอันประเสริฐ ไม่ยึดถือถ้อยคำทุกชนิด ผู้อันหมู่มนุษย์และเทวดาสักการะ [๔] ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงช่วยเหล่าสัตว์ให้ตรัสรู้ ทรงนำไปได้อย่างรวดเร็ว ทรงมีพระสุรเสียงไพเราะ มีพระอุปนิสัยเนื่องด้วยพระกรุณา ทรงแกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค]

๑. มหากัจจายนเถราปทาน

[๕] ทรงแสดงธรรมอย่างไพเราะ ซึ่งประกอบด้วยสัจจะ ๔ ทรงช่วยเหลือหมู่สัตว์ ที่จมอยู่ในเปือกตมคือโมหะได้ [๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นดาบส เที่ยวไปแต่ผู้เดียว อาศัยอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ กำลังไปยังมนุษยโลกทางอากาศก็ได้เห็นพระชินเจ้า [๗] ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระองค์แล้ว ฟังพระธรรมเทศนาของพระธีรเจ้า ผู้ทรงพรรณนาคุณอันยิ่งใหญ่ของสาวกอยู่ว่า [๘-๙] ‘เราไม่เห็นสาวกอื่นบางรูป ในธรรมวินัยนี้เหมือนพระกัจจายนะนี้ ผู้ประกาศธรรมที่เราแสดงไว้โดยย่อให้พิสดารได้ ทำชุมชนและเราให้ยินดี เพราะฉะนั้น พระกัจจายนะนี้เป็นผู้เลิศในตำแหน่งที่เลิศนั้น ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงจำไว้อย่างนี้เถิด’ [๑๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสที่รื่นรมย์ใจแล้ว เกิดความอัศจรรย์ใจ จึงไปยังป่าหิมพานต์นำกลุ่มดอกไม้มา [๑๑] บูชาพระผู้เป็นสรณะของสัตว์โลก แล้วปรารถนาตำแหน่งนั้น ครั้งนั้น พระผู้เป็นที่อยู่แห่งสรณะ ทรงทราบอัธยาศัยของข้าพเจ้าแล้ว ได้ทรงพยากรณ์ว่า [๑๒] ‘เธอทั้งหลายจงดูฤๅษีผู้ประเสริฐนี้ ซึ่งเป็นผู้มีผิวพรรณเหมือนทองคำที่ไล่มลทินออกแล้ว มีโลมชาติชูชันและมีใจเบิกบาน ยืนประนมมือนิ่งอยู่ [๑๓] ร่าเริง มีนัยน์ตาเต็มดี มีอัธยาศัยน้อมไปในคุณของพระพุทธเจ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค]

๑. มหากัจจายนเถราปทาน

มีใจเบิกบาน ซึ่งเกิดแต่ธรรม มีรัศมีเรืองรองเหมือนถูกรดด้วยน้ำอมฤต [๑๔] ข้าแต่พระมหามุนี ข้าพระองค์ได้ฟังคุณของพระกัจจายนะแล้ว จึงได้ยืนปรารถนาตำแหน่งนั้น ในอนาคตกาลของพระโคดมพุทธเจ้า [๑๕] ฤๅษีผู้นี้มีนามว่ากัจจายนะ ตามโคตร เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระศาสดา [๑๖] เขาจักเป็นพหูสูต มีญาณยิ่งใหญ่ รู้อธิบายชัดแจ้ง เป็นมุนี จักถึงตำแหน่งนั้น ดังที่เราพยากรณ์ไว้’ [๑๗] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า [๑๘] ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์ คติอื่นข้าพเจ้าไม่รู้จักเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า [๑๙] ข้าพเจ้ารู้เฉพาะ ๒ ตระกูล คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์ จะไม่เกิดในตระกูลที่ต่ำ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า [๒๐] ในภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดเป็นพราหมณ์ปุโรหิต ของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ในกรุงอุชเชนีที่รื่นรมย์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๓๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค]

๑. มหากัจจายนเถราปทาน

[๒๑] เป็นบุตรของพราหมณ์ชื่อว่าติปีติวัจฉะ เป็นผู้ฉลาด เรียนจบพระเวท ส่วนมารดาของข้าพเจ้าชื่อว่าจันทนปทุมา ข้าพเจ้าชื่อว่ากัจจายนะ เป็นผู้มีผิวพรรณสวยงาม [๒๒] ข้าพเจ้าถูกพระเจ้าแผ่นดิน ทรงส่งไปเพื่อพิจารณา(สืบข่าว)พระพุทธเจ้า ได้เห็นพระผู้นำซึ่งเป็นประตูของโมกขบุรี๑- เป็นที่สั่งสมพระคุณ [๒๓] และได้ฟังพุทธภาษิตที่ปราศจากมลทิน เป็นเครื่องชำระล้างเปือกตมคือคติ ได้บรรลุอมตธรรมที่สงบระงับ พร้อมกับบุรุษที่เหลืออีก ๗ คน [๒๔] ข้าพเจ้าเป็นผู้รู้อธิบายในอมตบทที่ยิ่งใหญ่ของพระสุคต และมีมโนรถอันสำเร็จด้วยดี ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งเอตทัคคะ [๒๕] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ [๒๖] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว เชิงอรรถ : โมกขบุรี หมายถึงบุรีคือพระนิพพาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๔๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค]

๒. วักกลิเถราปทาน

[๒๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมหากัจจายนเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
มหากัจจายนเถราปทานที่ ๑ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ หน้าที่ ๒๓๗-๒๔๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=121                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=2713&Z=2766                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=121                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu33


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com