ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๓. ยุธัญชยวรรค]

๒. โสมนัสสจริยา

๒. โสมนัสสจริยา
ว่าด้วยพระจริยาของพระโสมนัสสกุมาร
[๗] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นบุตรสุดที่รัก พระมารดาและพระบิดารักใคร่ เอ็นดู ปรากฏนามว่าโสมนัส อยู่ในกรุงอินทปัตถ์ที่อุดมสมบูรณ์ [๘] เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม มีกัลยาณธรรม มีปฏิภาณ เคารพนบนอบต่อบุคคลผู้เจริญ มีหิริ และฉลาดในสังคหธรรม [๙] ครั้งนั้น มีดาบสโกงผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปรานของพระราชาพระองค์นั้น ดาบสนั้นทำสวนและปลูกไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับเลี้ยงชีวิต [๑๐] เราได้เห็นดาบสโกงนั้น เหมือนกองแกลบที่ไม่มีข้าวสาร เหมือนไม้เป็นโพรงข้างใน เหมือนต้นกล้วยหาแก่นมิได้ [๑๑] ดาบสโกงผู้นี้ ไม่มีธรรมของสัตบุรุษ ปราศจากความเป็นสมณะ ละหิริและธรรมฝ่ายขาว เพราะเหตุแห่งการเลี้ยงชีวิต [๑๒] ปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น เพราะโจรเที่ยวอยู่ในดง พระบิดาของเรา เมื่อจะเสด็จไปปราบความกำเริบนั้น ตรัสสั่งเราว่า [๑๓] พ่ออย่าประมาทในชฎิล ผู้มีตบะแก่กล้านะลูก พ่อจงอนุวัตรตามความปรารถนา ด้วยว่าชฎิลนั้น เป็นผู้ให้ความสำเร็จ ความปรารถนาทั้งปวง [๑๔] เราไปสู่ที่บำรุงชฎิลนั้นแล้ว ได้กล่าวคำนี้ว่า คหบดี ท่านสบายดีหรือ หรือว่าท่านจะให้นำอะไรมา [๑๕] เหตุนั้น ดาบสโกงนั้นอาศัยมานะจึงโกรธเราว่า เราจะให้พระราชาประหารท่านเสียในวันนี้ หรือจะให้เนรเทศเสียจากแว่นแคว้น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๕๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๓. ยุธัญชยวรรค]

๒. โสมนัสสจริยา

[๑๖] พระราชาทรงปราบปรามปัจจันตชนบทสงบราบคาบแล้ว ได้ตรัสถามชฎิลโกงว่า พระผู้เป็นเจ้าสบายดีหรือ สักการสัมมานะยังเป็นไปแก่พระผู้เป็นเจ้าหรือ [๑๗] ชฎิลชั่วนั้นกราบทูลพระราชา โดยประการที่กุมารนั้นจะพึงถูกทำให้พินาศเสีย พระเจ้าแผ่นดินทรงสดับคำของชฎิลโกงนั้น แล้วทรงบังคับว่า [๑๘] จงตัดศีรษะเสียในที่นั้นนั่นแหละ จงบั่นออกเป็น ๔ ท่อน ประจานไว้ที่ถนน นั่นเป็นตัวอย่างที่เบียดเบียนชฎิล [๑๙] พวกโจรฆาต(ผู้ฆ่าโจร)ผู้มีใจดุร้ายหยาบคาย ไม่มีความกรุณาเหล่านั้น ผู้ได้รับพระราชโองการไปที่นั้น เมื่อเรานั่งอยู่บนพระเพลาของพระมารดา ก็ฉุดคร่านำเราไป [๒๐] เราได้กล่าวแก่เขาเหล่านั้น ซึ่งกำลังผูกมัดอย่างมั่นคงนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงพาเราไปเฝ้าพระราชาโดยเร็ว ราชกิจของเรามีอยู่ [๒๑] เขาเหล่านั้น พาเราไปเฝ้าพระราชาผู้ชั่ว คบแต่คนชั่ว เราไปเฝ้าพระราชาแล้ว ทูลให้ทรงเข้าพระทัยและนำมาสู่อำนาจของเรา [๒๒] พระบิดาขอให้เราอดโทษ ณ ที่นั้น ได้พระราชทานสมบัติอันยิ่งใหญ่แก่เรา เรานั้นทำลายความมืดมนแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต [๒๓] ราชสมบัติจะเป็นที่น่ารังเกียจของเราก็หาไม่ กามโภคะจะเป็นสิ่งที่เราพึงรังเกียจก็หาไม่ แต่เพราะพระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงสละราชสมบัติ ฉะนี้แล
โสมนัสสจริยาที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๖๐}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ หน้าที่ ๗๕๙-๗๖๐. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=241                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=9177&Z=9213                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=230                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu33


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :