ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสยัมปฏิภาณิยเถระ
(พระสยัมปฏิภาณิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๔๕] พระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชน ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ งามเหมือนดอกซ่าง(กุ่ม) ผู้เสด็จดำเนินอยู่ที่ถนน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๔๖] พระพุทธเจ้าผู้กำจัดความมืดมนให้พินาศ ทรงช่วยให้ชนจำนวนมากข้ามพ้น โชติช่วงอยู่ด้วยแสงสว่างคือญาณ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๑๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๗. สาลกุสุมิยวรรค]

๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน

[๔๗] พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก กำลังเสด็จออกไปพร้อมกับพระขีณาสพผู้ได้วสี จำนวน ๑๐,๐๐๐ รูป ผู้ทรงช่วยสัตว์จำนวนมากให้ข้ามพ้นจากเปือกตมคือกาม ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๔๘] พระพุทธเจ้าผู้ย่ำกลองคือพระธรรม ย่ำยีหมู่เดียรถีย์ ทรงบันลือสีหนาท ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๔๙] เทพทั้งหลายพร้อมทั้งพรหมทุกหมู่เหล่าพากันมาจากพรหมโลก แล้วทูลถามปัญหาที่ลึกซึ้งกับพระพุทธเจ้า ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๕๐] มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาพากันมาประนมมือ แด่พระพุทธเจ้าพระองค์ใด ย่อมได้เสวยบุญด้วยการทำอัญชลีกรรมนั้น พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๕๑] ชนทั้งปวงมาประชุมห้อมล้อมพระพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุ พระองค์ได้รับนิมนต์(เพื่อตอบปัญหา) แต่ไม่ทรงหวั่นไหว ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๕๒] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์ใด เสด็จเข้าพระนคร กลองจำนวนมากประโคมกึกก้อง คชสารที่ตกมันก็พากันบันลือ พระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๕๓] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์ใด เสด็จดำเนินไปตามถนน พระรัศมีย่อมส่องสว่างทุกเมื่อ ทั้งที่ลุ่มที่ดอนก็กลายเป็นที่สม่ำเสมอ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๑๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๗. สาลกุสุมิยวรรค]

๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน

[๕๔] เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสอยู่ หมู่สัตว์ในจักรวาลได้ยินกันทั่ว พระองค์ทรงสามารถยังสัตว์โลกให้รู้ชัดได้ทั่วกัน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส [๕๕] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้สดุดีพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสดุดี [๕๖] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ [๕๗] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว [๕๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสยัมปฏิภาณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สยัมปฏิภาณิยเถราปทานที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๑๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ หน้าที่ ๑๑๑-๑๑๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=59                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=1233&Z=1264                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=59                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu33


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com