ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
๖. เอกทีปิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกทีปิยเถระ
(พระเอกทีปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๑๒๔] เมื่อพระสุคตพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ปรินิพพานแล้ว มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาทั้งปวง ต่างก็บูชาพระองค์ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์๑- ทั้งหลาย [๑๒๕] และเมื่อเขาช่วยกันยกพระสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกขึ้นบนจิตกาธานแล้ว ต่างก็บูชาจิตกาธานของพระศาสดาตามกำลังของตน [๑๒๖] ข้าพเจ้าได้ตามประทีปให้ลุกโพลงไว้ใกล้จิตกาธาน ประทีปของข้าพเจ้าลุกโพลงอยู่จนถึงเวลาดวงอาทิตย์อุทัย [๑๒๗] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น เชิงอรรถ : เทวดาและมนุษย์ ในที่นี้หมายถึงเทวดา พรหม และมนุษย์ (ขุ.อป.อ. ๒/๙/๑๐๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค]

๖. เอกทีปิยเถราปทาน

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ [๑๒๘] ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น วิมานที่บุญกรรมได้ทำไว้เป็นอย่างดีเพื่อข้าพเจ้า เรียกกันว่าเอกทีปิวิมาน มีประทีป ๑๐๐,๐๐๐ ดวง ส่องสว่างอยู่ในวิมานของข้าพเจ้า [๑๒๙] ร่างกายของข้าพเจ้าสว่างไสวอยู่ทุกเมื่อ เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย สรีระของข้าพเจ้ามีแสงสว่างด้วยรัศมีในกาลทุกเมื่อ [๑๓๐] ข้าพเจ้ามีจักษุมองทะลุฝา กำแพง และภูเขา โดยรอบ ๑๐๐ โยชน์ [๑๓๑] รื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๗๗ ชาติ ได้ครองเทวสมบัติตลอด ๓๑ ชาติ [๑๓๒] ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๘ ชาติ และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน [๑๓๓] ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้วเกิดในครรภ์มารดา แม้อยู่ในครรภ์มารดาข้าพเจ้าก็ไม่หลับตา [๑๓๔] ข้าพเจ้าเกิดได้ ๔ ขวบ ก็ออกบวชเป็นบรรพชิต ยังไม่ถึงกึ่งเดือนก็ได้บรรลุอรหัตตผล [๑๓๕] ข้าพเจ้าชำระทิพยจักษุให้หมดจดวิเศษแล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว กิเลสทั้งปวงข้าพเจ้าก็ตัดได้แล้ว นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว [๑๓๖] ข้าพเจ้ามองทะลุฝา กำแพง และภูเขาทั้งสิ้นได้ นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๒๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๒. ภัททาลิวรรค]

๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน

[๑๓๗] สำหรับข้าพเจ้า ภูมิภาคที่ขรุขระย่อมเป็นสภาพที่ราบเรียบ ความมืดย่อมไม่ปรากฏ ข้าพเจ้าไม่เห็นความมืด นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว [๑๓๘] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายประทีปไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีปดวงเดียว [๑๓๙] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ [๑๔๐] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว [๑๔๑] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกทีปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกทีปิยเถราปทานที่ ๖ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ หน้าที่ ๑๙-๒๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=6                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=240&Z=269                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=6                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu33


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :