ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
๓. อุกกาสติกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุกกาสติกเถระ
(พระอุกกาสติกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๓๐] ครั้งนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าโกสิกะ ผู้มีบุญ มีปกติเข้าฌาน ยินดีในฌาน ผู้ทรงเป็นพุทธะ ยินดีในวิเวก เป็นพระมุนีประทับอยู่ที่ภูเขาจิตรกูฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค]

๓. อุกกาสติกเถราปทาน

[๓๑] ข้าพเจ้ามีหมู่นารีห้อมล้อมเข้าไปยังป่าหิมพานต์ ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้(รุ่งเรือง)ดังดวงจันทร์ในวันเพ็ญ [๓๒] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าถือคบเพลิง ๑๐๐ ดวง แวดล้อมพระปัจเจกพุทธเจ้าอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน วันที่ ๘ ก็ได้จากไป [๓๓] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส กราบไหว้พระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าโกสิกะ ผู้เป็นพระสยัมภู ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ เสด็จออกจากสมาบัติแล้วได้ถวายภิกษามื้อหนึ่ง [๓๔] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน เพราะกรรมนั้น ข้าพเจ้าได้เกิดขึ้นในหมู่เทพชั้นดุสิต นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษามื้อหนึ่ง [๓๕] แสงสว่างย่อมมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อทั้งกลางวันและกลางคืน ข้าพเจ้าแผ่รัศมีไปได้ ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ [๓๖] ในกัปที่ ๕๕ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีชัยชนะ เป็นใหญ่ในชมพูทวีป มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต [๓๗] ครั้งนั้น นครของข้าพเจ้าเป็นนครที่มั่งคั่งแผ่ไพศาล และสร้างไว้อย่างสวยงาม ยาว ๓๐ โยชน์ กว้าง ๒๐ โยชน์ [๓๘] กรุงชื่อโสภณะที่วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ เป็นกรุงที่สงัดจากเสียง ๑๐ ประการ๑- แต่ประกอบด้วยเสียงกังสดาลอย่างไพเราะ เชิงอรรถ : เสียง ๑๐ ประการ คือ เสียงช้าง เสียงม้า เสียงกลอง เสียงสังข์ เสียงรถ เสียงตะโพน เสียงพิณ เสียงเพลงขับ เสียงฉิ่ง เสียงเชื้อเชิญทานอาหาร (ขุ.พุทธ. ๓๓/๒/๔๔๗, ขุ.อป.อ. ๑/๔๑, ขุ.ชา.อ. ๑/๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๘. นฬมาลิวรรค]

๓. อุกกาสติกเถราปทาน

[๓๙] ในกรุงนั้นไม่มีไม้เถา ไม้ต้นและดิน กรุงนั้นสำเร็จด้วยทองคำล้วนๆ โชติช่วงอยู่ตลอดกาลเป็นนิตย์ [๔๐] กรุงนั้นมีกำแพงล้อมถึง ๔ ชั้น ๓ ชั้นเป็นกำแพงที่ทำด้วยแก้วมณี ส่วนตรงกลางวิสสุกรรมเทพบุตรได้เนรมิตแถวแห่งดงตาลไว้ [๔๑] มีสระโบกขรณีหนึ่งหมื่น ที่ปกคลุมไปด้วยดอกปทุมชาติและดอกอุบล ดารดาษด้วยดอกบุณฑริกเป็นต้น เมื่อลมโชยก็มีกลิ่นต่างๆ หอมกรุ่น [๔๒] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถือคบเพลิงถวายไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถือคบเพลิงถวาย [๔๓] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ [๔๔] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว [๔๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอุกกาสติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุกกาสติกเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๑๒๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ หน้าที่ ๑๒๑-๑๒๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=63                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=1354&Z=1384                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=63                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu33


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :