ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] วิภังคปกรณ์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา

๓. ปัญหาปุจฉกะ
[๑๖๘] อายตนะ ๑๒ คือ ๑. จักขายตนะ ๒. รูปายตนะ ฯลฯ ๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ [๑๖๙] บรรดาอายตนะ ๑๒ อายตนะเท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ ร้องไห้
๑. ติกมาติกาวิสัชนา
๑. กุสลติกวิสัชนา
[๑๗๐] อายตนะ ๑๐ เป็นอัพยากฤต อายตนะ ๒ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็น อกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
๒. เวทนาติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา มนายตนะที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุต ด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ธัมมายตนะที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา หรือสัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนาก็มี
๓. วิปากติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก อายตนะ ๒ ที่เป็นวิบาก ก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา

๔. อุปาทินนติกวิสัชนา
อายตนะ ๕ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ อุปาทาน สัททายตนะกรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน อายตนะ ๔ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ และเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี อายตนะ ๒ ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
๕. สังกิลิฏฐติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส อายตนะ ๒ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่ เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี
๖. สวิตักกติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มนายตนะที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มี วิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ธัมมายตนะที่มีทั้งวิตกและวิจาร ก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีทั้ง วิตกและวิจาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี
๗. ปีติติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วย อุเบกขา อายตนะ ๒ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วย อุเบกขาก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สหรคตด้วยปีติ สหรคตด้วยสุข หรือสหรคตด้วย อุเบกขาก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา

๘. ทัสสนติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อายตนะ ๒ ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้อง บน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี
๙. ทัสสนเหตุติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อายตนะ ๒ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่มีเหตุต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี
๑๐. อาจยคามิติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน อายตนะ ๒ ที่เป็น เหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพานก็มี
๑๑. เสกขติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล อายตนะ ๒ ที่เป็นของ เสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคลก็มี
๑๒. ปริตตติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ เป็นปริตตะ อายตนะ ๒ ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี
๑๓. ปริตตารัมมณติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อายตนะ ๒ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี มหัคคตะเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีปริตตะ เป็นอารมณ์ มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ หรือมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา

๑๔. หีนติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ เป็นชั้นกลาง อายตนะ ๒ ที่เป็นชั้นต่ำก็มี ที่เป็นชั้นกลางก็มี ที่เป็นชั้นประณีตก็มี
๑๕. มิจฉัตตติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ เป็นธรรมชาติไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น อายตนะ ๒ ที่มี สภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่เป็น ธรรมชาติไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นก็มี
๑๖. มัคคารัมมณติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อายตนะ ๒ ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี มรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นอารมณ์ มี มรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มี
๑๗. อุปปันนติกวิสัชนา
อายตนะ ๕ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า ยังไม่เกิดขึ้น ก็มี สัททายตนะที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี อายตนะ ๕ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ธัมมายตนะ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เกิดขึ้น ยัง ไม่เกิดขึ้น หรือจักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี
๑๘. อตีตติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ธัมมายตนะ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอดีต เป็น อนาคต หรือเป็นปัจจุบันก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

๑๙. อตีตารัมมณติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อายตนะ ๒ ที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็น อารมณ์ก็มี
๒๐. อัชฌัตตติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๒ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและ ภายนอกตนก็มี
๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ อายตนะ ๒ ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ ก็มี ที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็น อารมณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ มีธรรมภายนอกตนเป็น อารมณ์ หรือมีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ก็มี
๒๒. สนิทัสสนติกวิสัชนา
รูปายตนะเห็นได้และกระทบได้ อายตนะ ๙ เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ อายตนะ ๒ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
ติกมาติกาวิสัชนา จบ
๒. ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
[๑๗๑] อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นเหตุ ธัมมายตนะที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่มีเหตุ อายตนะ ๒ ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากเหตุ อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุต จากเหตุก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ มนายตนะ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ ว่า มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ธัมมายตนะที่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่มีเหตุแต่ไม่เป็น เหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วย เหตุแต่ไม่เป็นเหตุ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ ที่สัมปยุต ด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ธัมมายตนะที่เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ มนายตนะที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่ เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี ธัมมายตนะที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและ ไม่มีเหตุก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี
๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ มีปัจจัยปรุงแต่ง ธัมมายตนะที่มีปัจจัยปรุงแต่งก็มี ที่ไม่มีปัจจัย ปรุงแต่งก็มี อายตนะ ๑๑ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ธัมมายตนะที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งก็มี ที่ไม่ถูก ปัจจัยปรุงแต่งก็มี รูปายตนะเห็นได้ อายตนะ ๑๑ เห็นไม่ได้ อายตนะ ๑๐ กระทบได้ อายตนะ ๒ กระทบไม่ได้ อายตนะ ๑๐ เป็นรูป มนายตนะไม่เป็นรูป ธัมมายตนะที่เป็นรูปก็มี ที่ไม่เป็น รูปก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นโลกิยะ อายตนะ ๒ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี อายตนะ ๑๒ ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นอาสวะ ธัมมายตนะที่เป็นอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอาสวะก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอาสวะ อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากอาสวะ อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่ วิปปยุตจากอาสวะก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็น อารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็น อารมณ์ของอาสวะ ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ธัมมายตนะที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ ของอาสวะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็น อาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุต ด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วย อาสวะ ที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วย อาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ธัมมายตนะที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่ สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วย อาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อายตนะ ๒ ที่ วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็น อารมณ์ของอาสวะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือวิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นสังโยชน์ ธัมมายตนะที่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นสังโยชน์ ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากสังโยชน์ อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่ วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ ได้ว่า เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ธัมมายตนะที่เป็นสังโยชน์และ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าว ไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ หรือเป็นอารมณ์ของสังโยชน์แต่ไม่ เป็นสังโยชน์ก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุต ด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังโยชน์และสัมปยุต ด้วยสังโยชน์ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุต ด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ธัมมายตนะที่เป็นสังโยชน์และสัมปยุตด้วย สังโยชน์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็น สังโยชน์และสัมปยุตด้วยสังโยชน์ หรือสัมปยุตด้วยสังโยชน์แต่ไม่เป็นสังโยชน์ก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ อายตนะ ๒ ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของ สังโยชน์ หรือวิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี
๕. คันถโคจฉกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นคันถะ ธัมมายตนะที่เป็นคันถะก็มี ที่ไม่เป็นคันถะก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของคันถะ อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากคันถะ อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่ วิปปยุตจากคันถะก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็น อารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและเป็น อารมณ์ของคันถะ ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็น อารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ธัมมายตนะที่เป็นคันถะและเป็นอารมณ์ของ คันถะก็มี ที่เป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและ เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือเป็นอารมณ์ของคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วย คันถะแต่ไม่เป็นคันถะ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ ที่ สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็น คันถะก็มี ธัมมายตนะที่เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ ไม่เป็นคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถะและสัมปยุตด้วยคันถะ หรือสัมปยุตด้วย คันถะแต่ไม่เป็นคันถะก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ อายตนะ ๒ ที่ วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็น อารมณ์ของคันถะก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะ หรือวิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี
๖-๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ธัมมายตนะ ที่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากนิวรณ์ อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่ วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๗}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็น อารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และเป็น อารมณ์ของนิวรณ์ ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็น อารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ธัมมายตนะที่เป็นนิวรณ์และเป็นอารมณ์ของ นิวรณ์ก็มี ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์ และเป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือสัมปยุต ด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วย นิวรณ์ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยนิวรณ์ แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ธัมมายตนะที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่สัมปยุต ด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนิวรณ์และสัมปยุตด้วยนิวรณ์ หรือที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ อายตนะ ๒ ที่ วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็น อารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ หรือวิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี
๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นปรามาส ธัมมายตนะที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาส ก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของปรามาส อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของ ปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากปรามาส มนายตนะที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่ วิปปยุตจากปรามาสก็มี ธัมมายตนะที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจาก ปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือ เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๘}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

และเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ธัมมายตนะที่เป็น ปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็น ปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็น อารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส อายตนะ ๒ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ ของปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี
๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ มนายตนะรับรู้อารมณ์ได้ ธัมมายตนะที่รับรู้ อารมณ์ได้ก็มี ที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ก็มี มนายตนะเป็นจิต อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นจิต อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นเจตสิก ธัมมายตนะที่เป็นเจตสิกก็มี ที่ไม่เป็นเจตสิกก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากจิต ธัมมายตนะที่สัมปยุตด้วยจิตก็มี ที่วิปปยุตจาก จิตก็มี มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต อายตนะ ๑๐ ไม่ระคนกับจิต ธัมมายตนะที่ระคนกับจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิต ก็มี มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ระคนกับจิต อายตนะ ๖ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อายตนะ ๖ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มี จิตเป็นสมุฏฐานก็มี อายตนะ ๑๑ ไม่เกิดพร้อมกับจิต ธัมมายตนะที่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิด พร้อมกับจิตก็มี อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นไปตามจิต ธัมมายตนะที่เป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่เป็นไป ตามจิตก็มี อายตนะ ๑๑ ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ธัมมายตนะที่ระคนกับจิต และมีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๒๙}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๑ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ธัมมายตนะ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็น สมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตก็มี อายตนะ ๑๑ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ธัมมายตนะ ที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็น สมุฏฐานและเป็นไปตามจิตก็มี อายตนะ ๖ เป็นภายใน อายตนะ ๖ เป็นภายนอก อายตนะ ๙ เป็นอุปาทายรูป อายตนะ ๒ ไม่เป็นอุปาทายรูป ธัมมายตนะที่ เป็นอุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี
๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา
อายตนะ ๕ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ สัททายตนะกรรมอัน ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ อายตนะ ๖ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหา และทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มี อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นอุปาทาน ธัมมายตนะที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็น อุปาทานก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากอุปาทาน อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือ เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทาน และเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ธัมมายตนะที่เป็น อุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็น อุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็น อารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๓๐}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือ สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ธัมมายตนะที่เป็น อุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทาน แต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา
อายตนะ ๑๑ ไม่เป็นกิเลส ธัมมายตนะที่เป็นกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นอารมณ์ของกิเลส อายตนะ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี อายตนะ ๑๐ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง อายตนะ ๒ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากกิเลส อายตนะ ๒ ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุต จากกิเลสก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็น อารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของ กิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ธัมมายตนะที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่เป็น อารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของ กิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๓๑}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลส ทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้ เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า กิเลส ทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ธัมมายตนะที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้ เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี อายตนะ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วย กิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส มนายตนะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส ที่ สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็น กิเลสก็มี ธัมมายตนะที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่ เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วย กิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี อายตนะ ๑๐ วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส อายตนะ ๒ ที่ วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็น อารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี
๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
อายตนะ ๑๐ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค อายตนะ ๒ ที่ต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อายตนะ ๒ ที่ต้องประหาณ ด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค อายตนะ ๒ ที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อายตนะ ๒ ที่มีเหตุ ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๓๒}

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๒. อายตนวิภังค์]

๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา

อายตนะ ๑๐ ไม่มีวิตก อายตนะ ๒ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่มีวิจาร อายตนะ ๒ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่มีปีติ อายตนะ ๒ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่สหรคตด้วยปีติ อายตนะ ๒ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยปีติก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่สหรคตด้วยสุข อายตนะ ๒ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยสุขก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา อายตนะ ๒ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี อายตนะ ๑๐ เป็นกามาวจร อายตนะ ๒ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็น กามาวจรก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นรูปาวจร อายตนะ ๒ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นอรูปาวจร อายตนะ ๒ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็น อรูปาวจรก็มี อายตนะ ๑๐ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ อายตนะ ๒ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อายตนะ ๒ ที่เป็นเหตุนำออก จากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี อายตนะ ๑๐ ให้ผลไม่แน่นอน อายตนะ ๒ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่ นอนก็มี อายตนะ ๑๐ มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อายตนะ ๒ ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี อายตนะ ๑๐ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ อายตนะ ๒ ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
ปัญหาปุจฉกะ จบ
อายตนวิภังค์ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๑๓๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๕ หน้าที่ ๑๑๙-๑๓๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=35&siri=10                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=35&A=1807&Z=2063                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=35&i=101                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu35


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com