ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] กถาวัตถุปกรณ์
๖. ทวีหิสีเลหิกถา (๑๐๐)
ว่าด้วยศีล ๒ อย่าง
[๕๘๗] สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยศีล ๒ ใช่ไหม ปร.๑- ใช่๒- สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยผัสสะ ๒ เวทนา ๒ สัญญา ๒ เจตนา ๒ จิต ๒ สัทธา ๒ สติ ๒ สมาธิ ๒ ปัญญา ๒ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยโลกิยศีลใช่ไหม ปร. ใช่ เชิงอรรถ : ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๘๗/๒๕๓) เพราะมีความเห็นว่า ในขณะที่บรรลุมรรค โลกิยศีลสามารถเกิดร่วมกับโลกุตตรศีลได้ ซึ่งต่างกับความ เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า โลกุตตรศีลเท่านั้นเกิดขึ้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๘๗/๒๕๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค]

๖. ทวีหิสีเลหิกถา (๑๐๐)

สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยผัสสะที่เป็นโลกิยะ เวทนาที่เป็นโลกิยะ สัญญาที่เป็นโลกิยะ เจตนาที่เป็นโลกิยะ จิตที่เป็นโลกิยะ สัทธาที่เป็นโลกิยะ วิริยะที่เป็นโลกิยะ สติที่เป็นโลกิยะ สมาธิที่เป็นโลกิยะ ปัญญาที่เป็นโลกิยะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยศีลที่เป็นโลกิยะและ โลกุตตระใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยผัสสะที่เป็นโลกิยะและ โลกุตตระ ฯลฯ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยปัญญาที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยศีลที่เป็นโลกิยะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นปุถุชนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๕๘๘] สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาวาจาที่เป็น โลกิยะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิที่เป็นโลกิยะ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาวาจาที่เป็นโลกิยะ ใช่ไหม ปร. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค]

๖. ทวีหิสีเลหิกถา (๑๐๐)

สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาสังกัปปะที่เป็น โลกิยะ ฯลฯ สัมมาวายามะที่เป็นโลกิยะ ฯลฯ สัมมาสติที่เป็นโลกิยะ ฯลฯ สัมมาสมาธิที่เป็นโลกิยะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมากัมมันตะที่เป็น โลกิยะ ฯลฯ สัมมาอาชีวะที่เป็นโลกิยะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิที่เป็นโลกิยะ ฯลฯ สัมมาสมาธิที่เป็นโลกิยะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาวาจาที่เป็นโลกิยะ และโลกุตตระใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิที่เป็นโลกิยะ และโลกุตตระใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาวาจาที่เป็นโลกิยะ และโลกุตตระใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาสังกัปปะที่เป็น โลกิยะและโลกุตตระ ฯลฯ สัมมาวายามะที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระ ฯลฯ สัมมาสติ ที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระ ฯลฯ สัมมาสมาธิที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๐. ทสมวรรค]

๖. ทวีหิสีเลหิกถา (๑๐๐)

สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมากัมมันตะที่เป็น โลกิยะและโลกุตตระ ฯลฯ สัมมาอาชีวะที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิที่เป็นโลกิยะ และโลกุตตระใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาอาชีวะที่เป็นโลกิยะ และโลกุตตระใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสัมมาสังกัปปะที่เป็น โลกิยะและโลกุตตระ ฯลฯ สัมมาสมาธิที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๕๘๙] ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรค เป็นผู้บริบูรณ์ ด้วยศีล ๒” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เมื่อโลกิยศีลดับไปแล้ว มรรคจึงเกิดขึ้นใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้ทุศีล มีศีลขาด มีศีลทะลุ เจริญมรรคได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยมรรคจึงเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยศีล ๒
ทวีหิสีเลหิกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๔๓}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๗ หน้าที่ ๖๔๐-๖๔๓. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=121                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=14025&Z=14113                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=1400                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu37


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :