ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] กถาวัตถุปกรณ์
๘. สมาธิกถา (๑๑๓)
ว่าด้วยสมาธิ
[๖๒๕] สก. ความสืบต่อแห่งจิตเป็นสมาธิใช่ไหม ปร.๒- ใช่๓- สก. ความสืบต่อแห่งจิตที่เป็นอดีตเป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความสืบต่อแห่งจิตเป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความสืบต่อแห่งจิตที่เป็นอนาคตเป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความสืบต่อแห่งจิตเป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ใช่ เชิงอรรถ : ดูเทียบ องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๘๒/๒๕๘-๒๕๙ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายสัพพัตถิกวาทและนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๕/๒๕๙) เพราะมีความเห็นว่า เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดขึ้นนานๆ หลายขณะจิตจึงจะเป็นสมาธิ ซึ่งต่างกับความเห็น ของสกวาทีที่เห็นว่า เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดขึ้น แม้ในขณะจิตดวงเดียว ก็เป็นสมาธิ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๕/๒๕๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค]

๘. สมาธิกถา (๑๑๓)

สก. อดีตดับไปแล้ว อนาคตก็ยังไม่เกิดมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอดีตดับไปแล้ว อนาคตก็ยังไม่เกิด ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ความสืบต่อแห่งจิตเป็นสมาธิ” [๖๒๖] ปร. สมาธิเป็นไปชั่วขณะจิตเดียวใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณเป็นผู้เข้าสมาบัติใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยโสตวิญญาณ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยฆานวิญญาณ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยชิวหาวิญญาณ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นอกุศล ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยราคะ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยโทสะ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยโมหะ ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยจิตที่สหรคตด้วยอโนตตัปปะ เป็นผู้เข้าสมาบัติใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความสืบต่อแห่งจิตเป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความสืบต่อแห่งจิตที่เป็นอกุศลเป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความสืบต่อแห่งจิตที่สหรคตด้วยราคะ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยโทสะ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยโมหะ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยอโนตตัปปะ เป็นสมาธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ความสืบต่อแห่งจิตเป็นสมาธิ” ใช่ไหม สก. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค]

๙. ธัมมัฏฐิตตากถา (๑๑๔)

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “นิครนถ์ เราไม่เคลื่อนไหวกาย ไม่พูด ฯลฯ สามารถเสวยสุขโดยส่วนเดียวตลอด ๗ คืน ๗ วัน”๑- มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น ความสืบต่อแห่งจิตจึงเป็นสมาธิ
สมาธิกถา จบ
๙. ธัมมัฏฐิตตากถา (๑๑๔)
ว่าด้วยความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรม
[๖๒๗] สก. ความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรม๒- เป็นสภาวะสำเร็จแล้ว๓- ใช่ไหม ปร.๔- ใช่๕- สก. ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรมนั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรมนั้นเป็นสภาวะสำเร็จแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความตัดขาดวัฏฏะไม่มี อนุปาทาปรินิพพาน ก็ไม่มี แก่ความตั้งอยู่แห่งความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรมทั้ง ๒ ชั้นดังกล่าวมานั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ เชิงอรรถ : ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๑๘๐/๑๘๕ ความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรม ในที่นี้หมายถึงปฏิจจสมุปบาท (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๗/๒๖๐) สภาวะที่สำเร็จ (ปรินิปฺผนฺน) หมายถึงสำเร็จมาจากเหตุ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๗/๒๖๐) ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๗/๒๖๐) เพราะมีความเห็นว่า ความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรมสำเร็จมาจากเหตุเพราะมีสภาวธรรมอื่นเป็นเหตุ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ความตั้งอยู่แห่งสภาวธรรมมิใช่สำเร็จมาจากเหตุอื่น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๒๗/๒๖๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๘๔}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๗ หน้าที่ ๖๘๒-๖๘๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=132                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=14898&Z=14939                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=1466                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu37


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :