ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] กถาวัตถุปกรณ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค]

๒. ธัมมเทสนากถา (๑๗๘)

๒. ธัมมเทสนากถา (๑๗๘)
ว่าด้วยการแสดงธรรม
[๘๐๔] สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม” ใช่ไหม ปร.๑- ใช่๒- สก. ใครแสดง ปร. พระพุทธนิมิต สก. พระพุทธนิมิตเป็นพระชินเจ้า เป็นพระศาสดา เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี เป็นพระธัมมัสสามี เป็นพระธัมมปฏิสรณะ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ใครแสดง ปร. ท่านพระอานนท์ สก. ท่านพระอานนท์เป็นพระชินเจ้า เป็นพระศาสดา เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี เป็นพระธัมมัสสามี เป็นพระธัมมปฏิสรณะ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๐๕] สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม” ใช่ไหม ปร. ใช่ เชิงอรรถ : ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายเวตุลลกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๐๔-๘๐๖/๒๙๘) เพราะมีความเห็นว่า พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์มาเพื่อทรงแสดงธรรมในมนุษย์ ดังนั้น พระพุทธเจ้า ที่ปรากฏอยู่ในโลกมนุษย์จึงมิใช่พระองค์จริง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๐๔-๘๐๖/๒๙๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค]

๒. ธัมมเทสนากถา (๑๗๘)

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “สารีบุตร เราแสดงธรรมโดยย่อ ก็ได้ เราแสดงธรรมโดยพิสดารก็ได้ เราแสดงธรรมทั้งโดยย่อและโดยพิสดารก็ได้ แต่บุคคลผู้รู้ทั่วถึงหาได้ยาก”๑- มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าจึงทรงแสดงธรรม [๘๐๖] สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรารู้ยิ่งแล้ว๒- จึงแสดงธรรม ไม่รู้ยิ่งแล้วไม่แสดงธรรม เราแสดงธรรมมีเหตุ ไม่ใช่แสดงธรรม ไม่มีเหตุ เราแสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ ไม่ใช่แสดงธรรมไม่มีปาฏิหาริย์ เมื่อเรานั้นรู้ ยิ่งแล้วจึงแสดงธรรม ไม่รู้ยิ่งแล้วไม่แสดงธรรม แสดงธรรมมีเหตุ ไม่ใช่แสดงธรรม ไม่มีเหตุ แสดงธรรมที่มีปาฏิหาริย์ ไม่ใช่แสดงธรรมไม่มีปาฏิหาริย์ เธอทั้งหลาย ควรทำตามคำสั่งสอน ควรทำตามคำพร่ำสอน ก็แลเธอทั้งหลายควรที่จะยินดี ควรที่จะชื่นชม ควรที่จะโสมนัสว่า ‘พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง โดยชอบ พระธรรมเป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว พระสงฆ์เป็นผู้ ปฏิบัติดีแล้ว’ เมื่อพระผู้มีพระภาคได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้อยู่ โลกธาตุมีหมื่น จักรวาลได้หวั่นไหวสั่นสะเทือนแล้ว”๓- มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าจึงทรงแสดงธรรม
ธัมมเทสนากถา จบ
เชิงอรรถ : ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๓๓/๑๘๕ รู้ยิ่งแล้ว ในที่นี้หมายถึงทรงรู้ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ เหตุ ๙ ผัสสะ ๗ เวทนา ๗ เจตนา ๗ สัญญา ๗ จิต ๗ และสติปัฏฐาน ๔ เป็นต้น (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๒๖/๒๖๕) ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๑๒๖/๓๗๓ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๔๒}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๗ หน้าที่ ๘๔๑-๘๔๒. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=196                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=18132&Z=18176                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=1737                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu37


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com