ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ยมกปกรณ์ ภาค ๑

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร

๓. อายตนยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] อายตนะ ๑๒ คือ ๑. จักขายตนะ ๒. โสตายตนะ ๓. ฆานายตนะ ๔. ชิวหายตนะ ๕. กายายตนะ ๖. รูปายตนะ ๗. สัททายตนะ ๘. คันธายตนะ ๙. รสายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ ๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ
๑. ปทโสธนวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของแต่ละบท
อนุโลม
[๒] จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะเป็นจักขุใช่ไหม โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะเป็นโสตะใช่ไหม ฆานะเป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะเป็นฆานะใช่ไหม ชิวหาเป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะเป็นชิวหาใช่ไหม กายเป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะเป็นกายใช่ไหม รูปเป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะเป็นรูปใช่ไหม สัททะเป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะเป็นสัททะใช่ไหม คันธะเป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะเป็นคันธะใช่ไหม รสะเป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะเป็นรสะใช่ไหม โผฏฐัพพะเป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะเป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม มนะเป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะเป็นมนะใช่ไหม ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะเป็นธัมมะใช่ไหม(๑๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร

ปัจจนีกะ
[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทโดยยึดบทประธานเป็นหลักดุจกงจักร
อนุโลม
[๔] จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นโสตายตนะใช่ไหม จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นฆานายตนะใช่ไหม จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นชิวหายตนะใช่ไหม ฯลฯ จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑) โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขายตนะใช่ไหม โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒) ฆานะเป็นฆานายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ อายตนะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑) ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขายตนะใช่ไหม ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธายตนวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒) สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหมฯลฯ(๓-๑๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒) (๑๓)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
๓. สุทธายตนวาร
ว่าด้วยการอธิบายอายตนะล้วนๆ
อนุโลม
[๖] จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะเป็นจักขุใช่ไหม โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะเป็นโสตะใช่ไหม ฆานะเป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะเป็นฆานะใช่ไหม ชิวหาเป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะเป็นชิวหาใช่ไหม กายเป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะเป็นกายใช่ไหม รูปเป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะเป็นรูปใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธายตนวาร

สัททะเป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะเป็นสัททะใช่ไหม คันธะเป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะเป็นคันธะใช่ไหม รสะเป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะเป็นรสะใช่ไหม โผฏฐัพพะเป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะเป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม มนะเป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะเป็นมนะใช่ไหม ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะเป็นธัมมะใช่ไหม (๑๔)
ปัจจนีกะ
[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๕)
๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทที่มีอายตนะล้วนๆเป็นมูลดุจกงจักร
อนุโลม
[๘] จักขุเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ จักขุเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมะใช่ไหม (๑) โสตะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ โสตะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมะใช่ไหม (๒) ฆานะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ ฆานะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑) ธัมมะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขุใช่ไหม ธัมมะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ ธัมมะเป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นมนะใช่ไหม (๑๒) (๑๖)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร

ปัจจนีกะ
[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๒) สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑) สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม (๑๒) (๑๗)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัณณัตติวารอุทเทส จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๒๑}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๘ หน้าที่ ๑๑๕-๑๒๑. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=38&siri=12                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=38&A=2342&Z=2439                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=38&i=279                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu38


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :