ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ยมกปกรณ์ ภาค ๑

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้๑- กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้๒- กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๑- กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้๒- กำลังอุบัติ เชิงอรรถ : คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้เป็นโอปปาติกะ ในอบายภูมิที่มีหูหนวกแต่กำเนิด เพราะเกิดมามีแต่จักขุไม่มีโสตะ เช่น พวกเปรต อสุรกาย เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓) คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิ ทุคติภูมิ และพวก รูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ เพราะเกิดมามีจักขุและโสตะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๓- กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้๔- กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๕- กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม เชิงอรรถ : คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อฆานกานํ ท่านหมายถึงพรหมปาริสัชชา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓) คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้หูหนวกโดยกำเนิดและมีอายตนะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) คำบาลีว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกมาแต่กำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๑๒/๓๕๔) คำบาลีว่า สฆานกานํ สจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกโดยกำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๑- กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๒- กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ เชิงอรรถ : หมายถึงอรูปพรหมและโอปปาติกสัตว์ ๓ จำพวกผู้บอดโดยกำเนิดเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ อสัญญสัตว์ และรูปพรหมที่เหลือ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๑- กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๒๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด เชิงอรรถ : หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ รูปพรหม และอรูปพรหม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๒๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง เกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ จักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๓] อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง เกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด (พึงทราบว่า ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะและธัมมายตนะในภูมิ นั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป) อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ ฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

รูปายตนมูลกนัย
[๒๔] อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะ ก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๒๕] อนุ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ มนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะ เกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะ ก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิด ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลัง เกิด (อายตนะที่ท่านย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด)
จักขายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๒๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น กำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้ มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะ ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ฆานายตนมูลกนัย
[๒๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ รูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

รูปายตนมูลกนัย
[๓๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง เกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๓๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๓๒] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและ จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะ มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่ กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดมีไหม วิ. ไม่มี
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๓๓] อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่ กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลัง เกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดมีไหม วิ. ไม่มี
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๓๔] อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด มีไหม วิ. ไม่มี
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๓๕] อนุ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด มีไหม วิ. ไม่มี
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๓๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้ กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้ กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
มนายตนมูลกนัย
[๓๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๓๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ [๓๙] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๐] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด พึงเพิ่มชื่อที่เกินเข้ามาว่า กำลังเกิด เคยเกิด ทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต อดีตกับ อนาคตเหมือนกันทุกแห่ง) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการ- ภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๔๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๔๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๔๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ- โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๔๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด มีไหม วิ. ไม่มี (ย่อ)
จักขายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกกนัย
[๔๖] มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย เกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย เกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฯลฯ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๗] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและ จักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ อรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน สุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๔๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

สุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย เกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน สุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๕๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๕๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๕๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด (มนายตนะและธัมมายตนะของบุคคล นั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ) อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ฆานายตนมูลกนัย
[๕๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๕๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

มนายตนมูลกนัย
[๕๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๕๖] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๗] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวรภูมิ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น ก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจ- โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๕๘] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

รูปายตนมูลกนัย
[๕๙] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๖๐] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ- โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๖๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๖๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก- บุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๖๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๖๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๖๕] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๖๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ มนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ฆานายตนมูลกนัย
[๖๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้ อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะ ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๖๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

มนายตนมูลกนัย
[๖๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๗๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
[๗๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมา- ยตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะ เกิดได้กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๗๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลัง อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๗๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลัง อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๗๔] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๗๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุ เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็ กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๗๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น ก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะ เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็ กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๗๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติ ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็ เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคล ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ รูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิด ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็ กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๗๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิด ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็ กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๗๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
จักขายตนมูลกนัย จบ
จักขายตนมูลกนัย
[๘๐] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด ไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดมีไหม วิ. ไม่มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๘๑] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๘๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ โสตายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติ อยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและโสตายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลัง อุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาส- ภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๘๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ ไม่เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติ อยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

รูปายตนมูลกนัย
[๘๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และรูปายตนะก็ ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

มนายตนมูลกนัย
[๘๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน สุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ ใช่กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๘๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลัง อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๘๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเล่านั้นกำลังเกิด แต่ รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง อุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลัง อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๘๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลัง อุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

มนายตนมูลกนัย
[๘๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลัง อุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๙๐] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๙๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและรูปาวจรภูมิ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มี จักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลัง เกิด และฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจักขุเกิดได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุ เกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็ กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๙๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ และบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด และฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๙๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน อสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้ กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะ ก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีรูปเกิดได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๙๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิด ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๙๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิก- บุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานกำลังจุติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจ- โวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิ และ อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็มิใช่ จักไม่เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด และรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ และบุคคลเหล่าใดจัก อุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก เกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน ปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน ปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๙๖] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ และ บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติ ในอรูปภูมิแล้วปรินิพพานซึ่งกำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิม- ภวิกบุคคลในรูปาวจภูมิและอรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้ว ปรินิพพานซึ่งกำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน กามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ธัมมายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๙๗] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน ปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๙๘] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก เกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๙๙] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๐] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะ มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และโสตายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะ มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก รูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจภูมิและรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน ปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติใน กามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะ ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๐๑] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานใน กามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่ กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในกามาวจรภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๑๐๒] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้ กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้กำลังอุบัติใน อสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะ มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลใน อรูปภูมิ และบุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลัง ปรินิพพานในปัญจโวการภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๑๐๓] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้ กำลังปรินิพพาน มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ ธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน ธัมมายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๔] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ แล้วปรินิพพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็ จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๐๕] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็ จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

[๑๐๖] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็ จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๑๐๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็ จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๘] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐๙] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสตายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคล นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด และฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใด ฯลฯ วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจ- โวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๑๐] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๑๑๑] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคล นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและ มนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ และอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะ ก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญ- สัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๑๑๒] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ ธัมมายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและธัมมายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ- โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๑๓] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด [๑๑๔] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดไม่ เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย เกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๑๕] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๑๑๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ อสัญญสัตตภูมิ และอรูปภูมิ ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูป- ภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ อรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิม- ภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน สุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๑๗] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้ อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะ ก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ ฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลใน รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและ อรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลใน รูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในกามาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในรูปาวจรภูมิและ อรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและฆานายตนะก็ ไม่เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๑๑๘] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย เกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก- บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะ ก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ มนายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและปัจฉิมภวิก- บุคคลในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ และปัจฉิมภวิกบุคคลในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๑๑๙] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๒๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก]

๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมภวิกบุคคล ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ธัมมายตนะของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
อุปปาทวาร จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๘ หน้าที่ ๑๓๔-๒๒๔. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=38&siri=14                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=38&A=2696&Z=4547                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=38&i=296                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu38


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com