ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับหลวง   ฉบับมหาจุฬาฯ   บาลีอักษรไทย   PaliRoman 
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ยมกปกรณ์ ภาค ๒
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
[๓๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา- กฤตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังเกิด ใน อุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรม ที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ กำลังเกิด [๓๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลใน ปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๓๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิ นั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตใน ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด [๓๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
อนุโลมปุคคโลกาส
[๓๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลัง เกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลใน ปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด และสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด [๓๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่ กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็น อกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปัจจนีกบุคคล
[๓๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ แห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลและอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะ แห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลและกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน ปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่ กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลัง เกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่ง สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด [๔๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่ กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่ง สภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๔๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา- กฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี [๔๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๔๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลและ อกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล และกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาว- ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาท- ขณะ แห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด [๔๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะ แห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาท- ขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
๒. อตีตวาร
อนุโลมบุคคล
[๔๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

[๔๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๔๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้น ก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด [๔๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด
อนุโลมปุคคโลกาส
[๔๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็น ไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่ เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุ- โวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

[๕๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๕๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

[๕๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๕๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิ นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี [๕๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร

ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๕๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็น ไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ เป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่า นั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติอยู่ใน สุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๕๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน สุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด และสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
๓. อนาคตวาร
อนุโลมบุคคล
[๕๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จัก เกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรม ที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรม ที่เป็นกุศลก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

[๕๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ จักเกิด
อนุโลมโอกาส
[๕๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิ นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

[๖๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา- กฤตในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด
อนุโลมปุคคโลกาส
[๖๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. (ในจตุโวการภูมิ ฯลฯ ปัญจโวการภูมิ) บุคคลจักได้อรหัตตมรรคใน ลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ ปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด และสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด [๖๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ ปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๖๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จัก เกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๖๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้ พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด และสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๖๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี [๖๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๖๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่ เป็นกุศลมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้อุบัติ อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๖๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมบุคคล
[๖๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลัง เกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด [๗๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลัง เกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของ บุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

อนุโลมโอกาส
[๗๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๗๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรม ที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ แห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

[๗๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ แห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๗๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๗๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

[๗๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
ปัจจนีกโอกาส
[๗๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๗๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน สุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๗๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
[๗๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรม ที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็น อกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ใน อุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้น จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด [๘๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่ กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
อนุโลมโอกาส
[๘๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๘๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลัง เกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรม ที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ แห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด [๘๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะ แห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๘๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง จิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จัก ไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้น ไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๘๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๘๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๘๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติ อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง เกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร

อรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ใน ภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๘๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
[๘๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด และสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ [๙๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่า นั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๙๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๙๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอก นี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๘๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคล ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิ และปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด และสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด [๙๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้น ในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปัจจนีกบุคคล
[๙๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด [๙๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๙๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม ฯลฯ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก]

๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๙๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาว- ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศล มิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด [๙๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. จักเกิด ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
อุปปาทวาร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๒}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๙ หน้าที่ ๕๖-๙๒. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=39&siri=7                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง :- http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=39&A=1172&Z=1992                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=39&i=94              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=39&item=94&items=96              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/roman_item_s.php?book=39&item=94&items=96                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๙ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu39


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :