ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๑ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ ปัจฉิมอนุโลมติกปัฏฐาน

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๖๓] สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาว- ธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิด ระคนกับขันธ์ ๒ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรม ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์เกิดระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรม ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์เกิดระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (๓) [๖๔] สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาว- ธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและเกิดระคนกับโมหะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรม ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดา- ปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและเกิดระคนกับโมหะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
อารัมมณปัจจัย
[๖๕] สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาว- ธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (๒) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณ ด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้อง ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และโมหะ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) ... เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๓ วาระ [๖๖] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรค เบื้องบน ๓ เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคน กับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาวธรรม ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะอารัมมณ- ปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์เกิดระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรม ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะอารัมมณ- ปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์เกิดระคนกับโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (๓) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาวธรรมที่ มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค และมรรคเบื้องบน ๓ เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและเกิดระคนกับโมหะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ และโมหะ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรม ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดา- ปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและเกิดระคนกับโมหะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
อธิปติปัจจัยเป็นต้น
[๖๗] สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาว- ธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิด ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) ... เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ... มี ๑ วาระ สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณ ด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

สหชาตปัจจัยเป็นต้น
[๖๘] สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดระคนกับสภาว- ธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะสหชาตปัจจัย เพราะ อัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย เพราะอาเสวนปัจจัย เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๖๙] เหตุปัจจัย มี ๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๑๑ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๑๑ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๑๑ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๑๑ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๑๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๑ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ กัมมปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๑ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๑๑ วาระ ฌานปัจจัย มี ๑๑ วาระ มัคคปัจจัย มี ๑๑ วาระ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

สัมปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๑๑ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๑๑ วาระ วิคตปัจจัย มี ๑๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้)
อนุโลม จบ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๗๐] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเพราะนเหตุ- ปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (๑) สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรค เบื้องบน ๓ เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ ซึ่งมีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๑)
นอธิปติปัจจัยเป็นต้น
[๗๑] ... เกิดระคนกับสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค เพราะนอธิปติปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับสหชาตปัจจัย) เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย เพราะนกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ เพราะนวิปากปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๗๒] นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๑๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๑๑ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๑๑ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๑๑ วาระ
(พึงนับอย่างนี้)
ปัจจนียะ จบ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
[๗๓] นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๗ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๗ วาระ
(พึงนับอย่างนี้)
อนุโลมปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน]

๙. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกติกะ ๕. สังสัฏฐวาร

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
[๗๔] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
(พึงนับอย่างนี้)
ปัจจนียานุโลม จบ
สังสัฏฐวาร จบ
(สัมปยุตตวารเหมือนกับสังสัฏฐวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๒๗๒}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๔๑ หน้าที่ ๒๖๖-๒๗๒. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=41&siri=16                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=41&A=6553&Z=6705                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=41&i=857                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๑ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu41


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com