ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๓ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๑๐ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔
๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๘๐] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะอาศัยโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน]

๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

สภาวธรรมที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลส และที่กิเลสทําให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัย กิเลสเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมองและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะและสัมปยุตตขันธ์ อาศัยโลภะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๓) [๘๑] สภาวธรรมที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่ กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ กิเลสอาศัยขันธ์ที่ กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมองและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และกิเลสอาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็น กิเลสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) [๘๒] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมองและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะ อาศัยโลภะและสัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑) สภาวธรรมที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็น กิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมองและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่ เป็นกิเลสและอาศัยกิเลสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน]

๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

สภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมองและที่ถูกกิเลสทําให้เศร้าหมอง แต่ไม่เป็นกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมองและที่กิเลสทําให้ เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็น กิเลส และอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๘๓] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๘๔] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่ สหรคตด้วยวิจิกิจฉาอาศัยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น โมหะที่สหรคด้วยอุทธัจจะอาศัยอุทธัจจะ เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่กิเลส ทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๓ หน้า : ๓๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน]

๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๗. ปัญหาวาร

สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทําให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่เป็น กิเลสที่กิเลสทําให้เศร้าหมอง และที่กิเลสทําให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และอาศัยวิจิกิจฉาและ อุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๘๕] นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ (โดยนัยนี้ การนับ ๒ อย่างนอกนี้ สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวารและสัมปยุตตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๔๓ หน้าที่ ๓๙๕-๓๙๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=43&siri=70                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=43&A=8928&Z=8992                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=43&i=0                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu43


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com