ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒
อุปสัมบันด่าอุปสัมบัน
พูดกดกระทบชาติ
[๑๙๗] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชาติทราม ด้วยกล่าวกระทบชาติทรามคือ พูดกะอุปสัมบันชาติคน จัณฑาล, ชาติคนจักสาน, ชาติพราน, ชาติคนช่างหนัง, ชาติคนเทดอกไม้, ว่าเป็น ชาติคนจัณฑาล, ว่าเป็นชาติคนจักสาน, ว่าเป็นชาติพราน, ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง, ว่าเป็น ชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด. [๑๙๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดอุกฤษฏ์ด้วยกล่าวกระทบชาติทราม คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิด กษัตริย์, กำเนิดพราหมณ์, ว่าเป็นชาติคนจัณฑาล, ว่าเป็นชาติคนจักสาน, ว่าเป็นชาติพราน, ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง, ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบชาติ
[๑๙๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดทรามด้วยกล่าวกระทบชาติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดคน จัณฑาล, กำเนิดคนจักสาน, กำเนิดพราน, กำเนิดคนช่างหนัง กำเนิดคนเทดอกไม้ ว่าเป็นชาติกษัตริย์, ว่าเป็นชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบชาติ
[๒๐๐] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันกำเนิดอุกฤษฏ์ด้วยกล่าวกระทบชาติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันกำเนิด กษัตริย์ กำเนิดพราหมณ์ ว่าเป็นชาติกษัตริย์ ว่าเป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดกระทบชื่อ
[๒๐๑] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่อทรามด้วยกล่าวกระทบชื่อทราม คือ พูดกะอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ ชวกัณณกะ ชื่อธนิฏฐกะ ... ชื่อสวิฏฐกะ ... ชื่อกุลวัฑฒกะ ว่าท่านอวกัณณะ ว่าท่าน ชวกัณณกะ ว่าท่านธนิฏฐกะ ว่าท่านสวิฏฐกะ ว่าท่านกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด
พูดกดให้เลวกระทบชื่อ
[๒๐๒] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่ออุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชื่อทราม คือ พูดกะอุปสัมบันชื่อ พุทธรักขิต ... ชื่อธัมมรักขิต ... ชื่อสังฆรักขิต ว่าท่านอวกัณณกะ ว่าท่านชวกัณณกะ ว่าท่านธนิฏฐกะ สวิฏฐกะ ว่าท่านกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบชื่อ
[๒๐๓] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่อทราม ด้วยกล่าวกระทบชื่ออุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันชื่อ อวกัณณกะ ... ชื่อชววัณณกะ ... ชื่อธนิฏฐกะ ... ชื่อสวิฏฐกะ ... ชื่อกุลวัฑฒกะ ว่าท่านพุทธ รักขิต ว่าท่านธัมมรักขิต ว่าท่านสังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบชื่อ
[๒๐๔] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีชื่ออุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชื่ออุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันชื่อ พุทธรักขิต ... ชื่อธัมมรักขิต ... ชื่อสังฆรักขิต ว่าท่านพุทธรักขิต ว่าท่านธัมมรักขิต ว่าท่าน สังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดกระทบโคตร
[๒๐๕] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรทรามด้วยกล่าวกระทบโคตรทราม คือพูดกะอุปสัมบันโกสิยโคตร, ภารทวาชโคตร ว่าท่านโกสิยโคตร ว่าท่านภารทวาชโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบโคตร
[๒๐๖] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโคตรทราม คือ พูดกะอุปสัมบัน- *โคตมโคตร ... โมคคัลลานโคตร ... กัจจายนโคตร ... วาเสฏฐโคตร ว่าท่านโกสิยโคตร ว่าท่านภารทวาชโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบโคตร
[๒๐๗] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรทรามด้วยกล่าวกระทบโคตรอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน โกสิยโคตร ... ภารทวาชโคตร ว่าท่านโคตมโคตร ว่าท่านโมคคัลลานโคตร ว่าท่าน กัจจายนโคตร ว่าท่านวาเสฏฐโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบโคตร
[๒๐๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโคตรอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโคตรอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน โคตมโคตร ... โมคคัลลานโคตร ... กัจจายนโคตร ... วาเสฏฐโคตร ว่าท่านโคตมโคตร ว่าท่าน โมคคัลลานโคตร ว่าท่านกัจจายนโคตร ว่าท่านวาเสฏฐโคตร ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกระทบการงาน
[๒๐๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานทรามด้วยกล่าวกระทบการงานทราม คือ พูดกะอุปสัมบันเป็น ช่างไม้ ... เป็นคนเทดอกไม้ ว่าท่านทำงานช่างไม้ ว่าท่านทำงานเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบการงาน
[๒๑๐] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบการงานทราม คือพูดกะอุปสัมบัน เป็นชาวนา ... เป็นพ่อค้า ... เป็นคนเลี้ยงโค ว่าท่านทำงานช่างไม้ ว่าท่านทำงานเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบการงาน
[๒๑๑] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานทราม ด้วยกล่าวกระทบการงานอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน เป็นช่างไม้ ... เป็นคนเทดอกไม้ ว่าท่านทำงานไถนา ว่าท่านทำงานค้าขาย ว่าท่านทำงาน เลี้ยงโค ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบการงาน
[๒๑๒] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีการงานอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบการงานอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน เป็นชาวนา ... เป็นพ่อค้า ... เป็นคนเลี้ยงโค ว่าท่านทำงานไถนา ว่าท่านทำงานค้าขาย ว่าท่านทำงานเลี้ยงโค ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดกระทบศิลปะ
[๒๑๓] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างทราม ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างทราม คือ พูดกะ อุปสัมบันมีวิชาการช่างจักสาน, ... มีวิชาการช่างหม้อ, ... มีวิชาการช่างหูก, ... มีวิชาการช่างหนัง, ... มีวิชาการช่างกัลบก, ว่าท่านมีวิชาการช่างจักสาน, ว่าท่านมีวิชาการช่างหม้อ, ว่าท่านมีวิชา การช่างหูก, ว่าท่านมีวิชาการช่างหนัง, ว่ามีวิชาการช่างกัลบก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบศิลปะ
[๒๑๔] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างทราม คือ พูดกะ อุปสัมบันวิชาการช่างนับ, มีวิชาการช่างคำนวณ, มีวิชาการช่างเขียน, ว่าท่านมีวิชาการช่างจักสาน, ว่าท่านมีวิชาการช่างหม้อ, ว่าท่านมีวิชาการช่างหูก, ว่าท่านมีวิชาการช่างหนัง, ว่าท่านมีวิชาการช่าง กัลบก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบศิลปะ
[๒๑๕] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างทราม ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างอุกฤษฏ์ คือ พูดกะ อุปสัมบันมีวิชาการช่างจักสาน, มีวิชาการช่างหม้อ, มีวิชาการช่างหูก, มีวิชาการช่างหนัง, มีวิชาการช่างกัลบก, ว่าท่านมีวิชาการช่างนับ ว่าท่านมีวิชาการช่างคำนวณ, ว่าท่านมีวิชาการ ช่างเขียน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบศิลปะ
[๒๑๖] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะประสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบวิชาการช่างอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างคำนวณ, มีวิชาการช่างเขียน, ว่าท่านมีวิชาการช่างนับ, ว่าท่านมี วิชาการช่างคำนวณ, ว่าท่านมีวิชาการช่างเขียน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด
พูดกดกระทบโรค
[๒๑๗] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคทราม ด้วยกล่าวกระทบโรคทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ เป็นโรคเรื้อน, โรคฝี, ... โรคกลาก, ... โรคมองคร่อ, ... โรคลมบ้าหมู, ว่าท่านเป็นโรคเรื้อน, ว่าท่าน เป็นโรคฝี, ว่าท่านเป็นโรคกลาก, ว่าท่านเป็นโรคมองคร่อ, ว่าท่านเป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบโรค
[๒๑๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโรคทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้เป็น- *โรคเบาหวาน, ว่าท่านเป็นโรคเรื้อน, ว่าท่านเป็นโรคฝี, ว่าท่านเป็นโรคกลาก, ว่าท่านเป็นโรค มองคร่อ, ว่าท่านเป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบโรค
[๒๑๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคทราม ด้วยกล่าวกระทบโรคอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ เป็นโรคเรื้อน, ... โรคฝี, โรคกลาก, ... โรคมองคร่อ, ... โรคลมบ้าหมู ... ว่าท่านเป็นโรคเบาหวาน, ... ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด
พูดยกยอกระทบโรค
[๒๒๐] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีโรคอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโรคอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน ผู้เป็นโรคเบาหวาน ว่าท่านเป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด
พูดกดกระทบรูปพรรณ
[๒๒๑] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณทราม ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณทราม คือ พูดกะอุปสัมบัน ผู้สูงเกินไป, ... ต่ำเกินไป, ... ดำเกินไป, ... ขาวเกินไป, ว่าท่านเป็นคนสูงนัก, ว่าท่านเป็นคนต่ำนัก ว่าท่านเป็นคนดำนัก, ว่าท่านเป็นคนขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบรูปพรรณ
[๒๒๒] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณทราม คือ พูดกะ อุปสัมบันผู้ไม่สูงนัก, ... ไม่ต่ำนัก, ... ไม่ดำนัก, ... ไม่ขาวนัก, ว่าท่านเป็นคนสูงนัก, ว่าท่านเป็นคน ต่ำนัก, ว่าท่านเป็นคนดำนัก, ว่าท่านเป็นคนขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบรูปพรรณ
[๒๒๓] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณทราม ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ คือ พูดกะ อุปสัมบันผู้สูงเกินไป, ... ต่ำเกินไป, ... ดำเกินไป, ... ขาวเกินไป, ว่าท่านเป็นคนไม่สูงนัก, ว่าท่าน เป็นคนไม่ต่ำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ดำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ขาวนัก ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบรูปพรรณ
[๒๒๔] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ไม่สูงเกินไป, ... ไม่ต่ำเกินไป, ... ไม่ดำเกินไป, ... ไม่ขาวเกินไป, ว่าท่านเป็น คนไม่สูงนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ต่ำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ดำนัก, ว่าท่านเป็นคนไม่ขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดกระทบกิเลส
[๒๒๕] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสทราม ด้วยกล่าวกระทบกิเลสทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้- *ถูกราคะกลุ้มรุม, ... ผู้ถูกโทสะย่ำยี, ... ผู้ถูกโมหะครอบงำ, ว่าท่านถูกราคะกลุ้มรุม, ว่าท่านถูกโท- *สะย่ำยี, ว่าท่านถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบกิเลส
[๒๒๖] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบกิเลสทราม คือ พูดกะอุปสัมบัน ผู้ปราศจากราคะ, ... ปราศจากโทสะ, ... ปราศจากโมหะ, ว่าท่านถูกราคะกลุ้มรุม, ว่าท่านถูกโทสะ ย่ำยี, ว่าท่านถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบกิเลส
[๒๒๗] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสทราม ด้วยกล่าวกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน ผู้ถูกราคะกลุ้มรุม ... ถูกโทสะย่ำยี ... ถูกโมหะครอบงำ ... ว่าท่านปราศจากราคะ, ว่าท่านปราศจาก โทสะ, ว่าท่านปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบกิเลส
[๒๒๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันมีกิเลสอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบกิเลสอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบัน ผู้ปราศจากราคะ, ... ปราศจากโทสะ, ... ปราศจากโมหะ, ว่าท่านปราศจากราคะ, ว่าท่านปราศจาก โทสะ, ว่าท่านปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดกระทบอาบัติ
[๒๒๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทราม ด้วยกล่าวกระทบอาบัติทราม คือ พูดกะอุปสัมบัน ผู้ต้องอาบัติปาราชิก, ... ผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ... ผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย, ... ผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ... ผู้ต้องอาบัติทุกกฏ, ... ผู้ต้องอาบัติทุพภาสิต, ว่าท่านต้องอาบัติปาราชิก, ว่าท่านต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ว่าท่านต้องอาบัติถุลลัจจัย, ว่าท่านต้องอาบัติปาจิตตีย์, ว่าท่านต้อง อาบัติปาฏิเทสนียะ, ว่าท่านต้องอาบัติทุกกฏ, ว่าท่านต้องอาบัติทุพภาสิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ- *ปาจิตตีย์ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบอาบัติ
[๒๓๐] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบอาบัติทราม คือ พูดกะ อุปสัมบันผู้เป็นโสดาบัน ว่าท่านต้องอาบัติปาราชิก, ว่าท่านต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ว่าท่านต้อง อาบัติถุลลัจจัย, ว่าท่านต้องอาบัติปาจิตตีย์, ว่าท่านต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ว่าท่านต้องอาบัติทุกกฏ, ว่าท่านต้องอาบัติทุพภาสิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบอาบัติ
[๒๓๑] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติทราม ด้วยกล่าวกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุป- *สัมบันผู้ต้องอาบัติปาราชิก, ... ผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส, ... ผู้ต้องอาบัติถุลลัจจัย, ... ผู้ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผู้ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, ... ผู้ต้องอาบัติทุกกฏ, ... ผู้ต้องอาบัติทุพภาสิต, ว่าท่านถึงโสดาบัน, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบอาบัติ
[๒๓๒] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้ต้องอาบัติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบอาบัติอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุป- *สัมบันผู้เป็นโสดาบัน ว่าท่านต้องโสดาบัติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดกระทบคำสบประมาท
[๒๓๓] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติทราม ด้วยกล่าวกระทบคำด่าทราม คือ พูดกะอุป สัมบันมีความประพฤติดังอูฐ, ... มีความประพฤติดังแพะ, ... มีความประพฤติดังโค, ... มีความ- *ประพฤติดังลา, ... มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน, ... มีความประพฤติดังสัตว์นรก, ว่าท่านเป็นอูฐ ว่าท่านเป็นแพะ, ว่าท่านเป็นโค, ว่าท่านเป็นลา, ว่าท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน, ว่าท่านเป็นสัตว์นรก, สุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่ทุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดกดให้เลวกระทบคำสบประมาท
[๒๓๔] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบคำด่าทราม คือ อุปสัม บันผู้เป็นบัณฑิต, ... ผู้ฉลาด, ... ผู้มีปัญญา, ... ผู้พหูสูต, ... ผู้มีธรรมกถึก, ว่าท่านเป็นอูฐ, ว่าท่าน เป็นแพะ, ว่าท่านเป็นโค, ว่าท่านเป็นลา, ว่าท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน, ว่าท่านเป็นสัตว์นรก, สุคติ ของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้ทุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดประชดกระทบคำสบประมาท
[๒๓๕] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติทราม ด้วยกล่าวกระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือ พูดกะ- *อุปสัมบันผู้มีความประพฤติดังอูฐ, ... มีความประพฤติดังแพะ, ... มีความประพฤติดังโค, ... มีความ- *ประพฤติดังลา, ... มีความประพฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน, ... มีความประพฤติดังสัตว์นรก, ว่าท่านเป็น บัณฑิต, ว่าท่านเป็นคนฉลาด, ว่าท่านเป็นคนมีปัญญา, ว่าท่านเป็นคนพหูสูต, ว่าท่านเป็นธรรม กถึก, ทุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดยกยอกระทบคำสบประมาท
[๒๓๖] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต, ... ผู้ฉลาด, ... ผู้มีปัญญา, ... ผู้พหูสูต, ... ผู้ธรรมกถึก, ว่าท่านเป็น- *บัณฑิต, ว่าท่านเป็นคนฉลาด, ว่าท่านเป็นคนมีปัญญา, ว่าท่านเป็นพหูสูต, ว่าท่านเป็นธรรมกถึก, ทุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติทราม
[๒๓๗] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติคนจัณฑาล, บางพวกเป็นชาติคนจักสาน, บางพวกเป็นชาติพราน, บางพวกเป็นชาติคนช่างหนัง, บางพวก- *เป็นชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
[๒๓๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติกษัตริย์, บางพวกเป็นชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบนามทราม
[๒๓๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่ออวกัณณกะ, บางพวกชื่อชวกัณณกะ, บางพวกชื่อธนิฏฐกะ, บางพวกชื่อสวิฏฐกะ, บางพวกชื่อกุลวัฑฒกะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบนามอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่อพุทธรักขิต, บางพวกชื่อธัมมรักขิต, บางพวกชื่อ สังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโกสิยโคตร, บางพวกเป็นภารทวาชโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโคตมโคตร, บางพวกเป็นโมคคัลลานโคตร, บางพวกเป็นกัจจายนโคตร, บางพวกเป็นวาเสฏฐโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกทำงานช่างไม้, บางพวกทำงานเทดอกไม้, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกทำงานไถนา, บางพวกทำงานค้าขาย, บางพวก ทำงานเลี้ยงโค, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีวิชาการช่างจักสาน, บางพวกมีวิชาการช่างหม้อ, บางพวกมีวิชาการช่างหูก, บางพวกมีวิชาการช่างหนัง, บางพวกมีวิชาการช่างกัลบก ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีวิชาการช่างนับ, บางพวกมีวิชาการช่างคำนวณ, บางพวกมีวิชาการช่างเขียน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโรคเรื้อน, บางพวกเป็นโรคฝี, บางพวกเป็น โรคกลาก, บางพวกเป็นโรคมองคร่อ, บางพวกเป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกสูงเกินไป, บางพวกต่ำเกินไป, บางพวกดำเกินไป, บางพวกขาวเกินไป, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกไม่สูงนัก, บางพวกไม่ต่ำนัก, บางพวกไม่ดำนัก, บางพวกไม่ขาวนัก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกถูกราคะกลุ้มรุม, บางพวกถูกโทสะย่ำยี, บางพวก ถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกปราศจากราคะ, บางพวกปราศจากโทสะ, บางพวก ปราศจากโมหะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติทราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกต้องอาบัติปาราชิก, บางพวกต้องอาบัติสังฆาทิเสส, บางพวกต้องอาบัติถุลลัจจัย, บางพวกต้องอาบัติปาจิตตีย์, บางพวกต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ, บางพวกต้องอาบัติทุกกฏ, บางพวกต้องอาบัติทุพภาสิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกถึงโสดาบัติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม
... มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีความประพฤติดังอูฐ, บางพวกมีความประพฤติ ดังแพะ, บางพวกมีความประพฤติดังโค, บางพวกมีความประพฤติดังลา, บางพวกมีความประ- *พฤติดังสัตว์ดิรัจฉาน, บางพวกมีความประพฤติดังสัตว์นรก, สุคติของภิกษุรูปนั้นไม่มี, ภิกษุ พวกนั้นต้องหวังได้แต่ทุกคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
[๒๔๐] -มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นบัณฑิต, บางพวกเป็นคนฉลาด, บางพวกเป็นคนมีปัญญา, บางพวกเป็นพหูสูต, บางพวกเป็นธรรมกถึก, ทุคติของภิกษุบางพวก นั้นไม่มี, ภิกษุบางพวกนั้นต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติทราม
[๒๔๑] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้ อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า ภิกษุจำพวกใดกันแน่ เป็นชาติคนจัณฑาล,-ชาติคนจักสาน,- ชาติพราน-,ชาติคนช่างหนัง,-ชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
... ภิกษุจำพวกไรกันแน่เป็นชาติกษัตริย์, ... ชาติพราหมณ์, ... ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบนามทราม
... ภิกษุจำพวกใดกันแน่ ชื่ออวกัณณกะ, ... ชื่อชวกัณณกะ, ... ชื่อธนิฏฐกะ, ... ชื่อสวิฏฐกะ, ... ชื่อกุลวัฑฒกะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบนามอุกฤษฏ์
... ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ชื่อพุทธรักขิต, ... ชื่อธัมมรักขิต, ... ชื่อสังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโกสิยโคตร, ภารทวาชโคตร. ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโคตมโคตร, โมคคัลลานโคตร, กัจจายนโคตร, วาเสฏฐ- *โคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นช่างไม้, คนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นคนทำงานไถนา, เป็นคนทำงานค้าขาย, เป็นคนทำงานเลี้ยงโค, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างจักสาน, มีวิชาการช่างหม้อ, มีวิชาการช่างหูก, มี วิชาการช่างหนัง, มีวิชาการช่างกัลบก, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างนับ, มีวิชาการช่างคำนวณ, มีวิชาการช่างเขียน, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเรื้อน, โรคฝี, โรคกลาก, โรคมองคร่อ, โรคลมบ้าหมู, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ สูงเกินไป, ต่ำเกินไป, ดำเกินไป, ขาวเกินไป, ต้องอาบัติ ทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นคนไม่สูงนัก, ไม่ต่ำนัก, ไม่ดำนัก, ไม่ขาวนัก, ต้องอาบัติ ทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ถูกราคะกลุ้มรุม, ถูกโทสะย่ำยี, ถูกโมหะครอบงำ, ต้องอาบัติ ทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ปราศจากราคะ, ปราศจากโทสะ, ปราศจากโมหะ, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติทราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ต้องอาบัติปาราชิก, อาบัติสังฆาทิเสส, อาบัติถุลลัจจัย, อาบัติ ปาจิตตีย์, อาบัติปาฏิเทสนียะ, อาบัติทุกกฏ, อาบัติทุพภาสิต, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ ถึงโสดาบัน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ มีความประพฤติดังอูฐ, แพะ, โค, ลา, สัตว์ดิรัจฉาน, สัตว์ นรก, สุคติของภิกษุพวกนั้นไม่มี, ภิกษุพวกนั้นต้องหวังได้แต่ทุคติ, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
ภิกษุจำพวกไรกันแน่ เป็นบัณฑิต, เป็นคนฉลาด, มีปัญญา, พหูสูต, ธรรมกถึก, ทุคติของภิกษุพวกนั้นไม่มี, ภิกษุพวกนั้นต้องหวังได้แต่สุคติ, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติทราม
[๒๔๒] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะทำ ให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า พวกเราไม่ใช่ชาติคนจัณฑาล, ไม่ใช่ชาติคนจักสาน, ไม่ใช่ชาติทราม, ไม่ใช่ชาติคนช่างหนัง, ไม่ใช่ชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
พวกเราไม่ใช่ชาติกษัตริย์ ไม่ใช่ชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชื่อทราม
พวกเราไม่ใช่ชื่ออวกัณณกะ, ไม่ใช่ชื่อชวกัณณกะ, ไม่ใช่ชื่อธนิฏฐกะ, ไม่ใช่ชื่อ สวิฏฐกะ, ไม่ใช่ชื่อกุลวัฑฒกะ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
พวกเราไม่ใช่ชื่อพุทธรักขิต, ไม่ใช่ชื่อธัมมรักขิต, ไม่ใช่ชื่อสังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรทราม
พวกเราไม่ใช่โกสิยโคตร, ไม่ใช่ภารทวาชโคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
พวกเราไม่ใช่โคตมโคตร, ไม่ใช่โมคคัลลานโคตร, ไม่ใช่กัจจายนโคตร, ไม่ใช่วาเสฏฐ- *โคตร, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานทราม
พวกเราไม่ใช่ช่างไม้, ไม่ใช่คนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
พวกเราไม่ใช่คนทำงานไถนา, ไม่ใช่คนทำงานค้าขาย, ไม่ใช่คนทำงานเลี้ยงโค, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปทราม
พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างจักสาน, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างหม้อ, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างหูก, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างหนัง, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างกัลบก, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปอุกฤษฏ์
... พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างนับ, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างคำนวณ, ... ไม่ใช่มีวิชาการช่างเขียน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคทราม
... พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเรื้อน ... ไม่ใช่เป็นโรคฝี ... ไม่ใช่เป็นโรคกลาก ... ไม่ใช่เป็นโรคมอง- *คร่อ ... ไม่ใช่เป็นโรคลมบ้าหมู, ดังนี้เป็นต้น, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
... พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเบาหวาน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม
... พวกเราไม่ใช่สูงเกินไป, ... ไม่ใช่ต่ำเกินไป, ไม่ดำเกินไป, ไม่ใช่ขาวเกินไป, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
... พวกเราไม่ใช่ไม่สูงนัก, ... ไม่ใช่ไม่ต่ำนัก, ... ไม่ใช่ไม่ดำนัก, ... ไม่ใช่ไม่ขาวนัก, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสทราม
... พวกเราไม่ใช่ถูกราคะกลุ้มรุม ... ไม่ใช่ถูกโทสะย่ำยี ... ไม่ใช่ถูกโมหะครอบงำ, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์
... พวกเราไม่ใช่ปราศจากราคะ, ... ไม่ใช่ปราศจากโทสะ, ... ไม่ใช่ปราศจากโมหะ, ดังนี้ เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติทราม
พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก, ... อาบัติสังฆาทิเสส, ... อาบัติถุลลัจจัย, ... อาบัติ ปาจิตตีย์, ... อาบัติปาฏิเทสนียะ, ... อาบัติทุกกฏ, อาบัติทุพภาสิต. ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติอุกฤษฏ์
... พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ถึงโสดาบัน, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม
... พวกเราไม่ใช่มีความประพฤติดังอูฐ, ... แพะ ... โค, ... ลา, ... สัตว์ดิรัจฉาน, ... สัตว์นรก, สุคติของพวกเราไม่มี, พวกเราต้องหวังได้แต่ทุคติ; ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด
พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
... พวกเราไม่ใช่เป็นบัณฑิต, ... ไม่ใช่คนฉลาด, ... ไม่ใช่คนมีปัญญา, ... ไม่ใช่พหูสูต, ... ไม่ใช่ ธรรมกถึก, ทุคติของพวกเราไม่มี, พวกเราต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ บรรทัดที่ ๕๐๒๒ - ๕๔๓๔. หน้าที่ ๒๐๘ - ๒๒๔. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=2&A=5022&Z=5434&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=2&siri=34              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=2&i=197              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [197-242] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=2&item=197&items=46 [197-242] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=2&A=197&Z=242              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_2

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com