ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
นวสูตร
[๕๓๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าเปลือกไม้แม้ยังใหม่ ก็เป็นของ มีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย ผ้าเปลือกไม้แม้กลางเก่ากลางใหม่ ก็เป็นของมีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย ผ้าเปลือกไม้เป็นของเก่า ก็เป็นของมีสีไม่สวย มีสัมผัสไม่สบาย ทั้งมีราคาน้อย มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมทำ ผ้าเปลือกไม้ที่เก่าแล้วให้เป็นผ้าสำหรับเช็ดหม้อข้าว หรือทิ้งมันเสียที่กองหยากเยื่อ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุแม้ยังใหม่ แต่เป็นคน ทุศีล มีธรรมเลวทราม เราย่อมกล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสี ไม่สวยฉะนั้น ชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่ คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นสิ้น กาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัส ไม่สบายฉะนั้น และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้นไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่ชน เหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย บุคคลชนิดนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีราคาน้อยฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุแม้ปูน กลาง ฯลฯ ภิกษุแม้ปูนเถระ แต่หากว่าเป็นคนทุศีล มีธรรมเลวทราม เราย่อม กล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงไม่ดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้ เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสีไม่สวยฉะนั้น ชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อ ไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์แก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะ ภิกษุนั้นเป็นผู้มีการติดต่อก่อให้เกิดทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้เรากล่าว ว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าเปลือกไม้ที่มีสัมผัสไม่สบายฉะนั้นแล และภิกษุนั้นรับ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารของชนเหล่าใด การ รับของนั้น ไม่มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มากแก่ชนเหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะ ภิกษุนั้นเป็นคนมีค่าน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลชนิดนี้ เรากล่าวว่า มีอุปมา เหมือนกับผ้าเปลือกไม้ซึ่งเป็นของมีราคาน้อย ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุผู้เป็นปูนเถระเห็นปานนี้ ย่อมจะต้องพูดในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้ กล่าวกับเธอนั้นอย่างนี้ว่า ต้องการอะไรด้วยถ้อยคำที่ท่านผู้เป็นพาลไม่เฉียบแหลม ได้กล่าวไว้แล้ว ถึงท่านก็เข้าใจถ้อยคำที่ท่านควรกล่าวได้ เธอโกรธ ขัดเคือง เปล่งวาจาที่เป็นเหตุทำให้สงฆ์ยกวัตรตนเสีย เหมือนผ้าเปลือกไม้ที่เขาทิ้งที่กอง หยากเยื่อ ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าแคว้นกาสีที่ยังใหม่ เป็นของมีสีสวย มีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ผ้าแคว้นกาสีกลางเก่ากลางใหม่ เป็นของมีสีสวย มีสัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ผ้าแคว้นกาสีแม้เก่าแล้ว ก็เป็นของมีสีสวย มี สัมผัสสบาย ทั้งมีราคามาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมทำผ้าแคว้น กาสีแม้ที่เก่าเป็นผ้าห่อรัตนะ หรือเอาใส่ไว้ในหีบของหอม ฉันใด ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ภิกษุแม้ยังใหม่ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีชื่อเสียงดี บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมา เหมือนกับผ้าแคว้นกาสีมีสีสวยสดฉะนั้น และชนเหล่าใดคบหา เข้าไปนั่งใกล้ ถือเอาเขาเป็นตัวอย่าง กิริยาที่คบหาเป็นต้นนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อ ความสุขแก่ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุเช่นนั้นเป็นผู้มี การติดต่อก่อให้เกิดสุข บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนผ้าแคว้นกาสีมี สัมผัสสบายฉะนั้น และภิกษุนั้นรับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย- *เภสัชบริขารของชนเหล่าใด การรับของนั้นมีผลมาก มีอานิสงส์มากแก่ชน เหล่านั้น เรากล่าวเช่นนี้ เพราะภิกษุนั้นเป็นผู้มีค่ามาก บุคคลเช่นนี้เรากล่าวว่า มีอุปมาเหมือนกับผ้าแคว้นกาสีมีราคามากฉะนั้น ภิกษุแม้ปูนกลาง ฯลฯ ภิกษุแม้ ปูนเถระ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุเถระเห็นปานดังนี้ ย่อมพูดใน ท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวกับเธอนั้นอย่างนี้ว่า จงสงบเสียงเสียเถิด ท่านทั้งหลาย ภิกษุผู้เถระจะกล่าวธรรม กล่าววินัย ดังนี้ เพราะเหตุนั้นแหละ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นดังผ้าแคว้นกาสี จักไม่ เป็นดังผ้าเปลือกไม้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯ

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ บรรทัดที่ ๖๕๑๔ - ๖๕๖๕. หน้าที่ ๒๗๘ - ๒๘๐. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=6514&Z=6565&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=144              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=539              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [539] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=20&item=539&items=1 [539] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=20&A=539&Z=539              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๒๐ http://84000.org/tipitaka/read/?index_20

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :