ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
             [๒๓๓] ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา สภาพต่าง ๆ และเดช
เป็นสัลเลขัฏฐญาณอย่างไร ฯ
             คำว่า หนา คือ ราคะหนา โทสะหนา โมหะหนา ความโกรธ
ความผูกโกรธ ความลบหลู่ ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความ
เจ้าเล่ห์ ความโอ้อวด หัวดื้อ ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่นท่าน
ความมัวเมา ความประมาท กิเลสทั้งปวง ทุจริตทั้งปวง อภิสังขารทั้งปวง
กรรมอันเป็นเหตุให้ไปสู่ภพทั้งปวง เป็นกิเลสหนา ฯ
             [๒๓๔] คำว่า สภาพต่าง ๆ และสภาพเดียว ความว่า กามฉันทะ
เป็นสภาพต่าง เนกขัมมะเป็นสภาพเดียว พยาบาทเป็นสภาพต่าง ความไม่
พยาบาทเป็นสภาพเดียว ถีนมิทธะเป็นสภาพต่าง อาโลกสัญญาเป็นสภาพเดียว
อุทธัจจะเป็นสภาพต่าง ความไม่ฟุ้งซ่านเป็นสภาพเดียว วิจิกิจฉาเป็นสภาพต่าง
การกำหนดธรรมเป็นสภาพเดียว อวิชชาเป็นสภาพต่าง ญาณเป็นสภาพเดียว
อรติเป็นสภาพต่าง ความปราโมทย์เป็นสภาพเดียว นิวรณ์เป็นสภาพต่าง
ปฐมฌานเป็นสภาพเดียว ฯลฯ กิเลสทั้งปวงเป็นสภาพต่าง อรหัตมรรคเป็น
สภาพเดียว ฯ
             [๒๓๕] คำว่า เดช ความว่า เดชมี ๕ คือ จรณเดช คุณเดช
ปัญญาเดช บุญญเดช ธรรมเดช บุคคลผู้มีจิตอันกล้าแข็ง ย่อมยังเดชคือความ
เป็นผู้ทุศีลให้สิ้นไปด้วยเดชคือศีลเครื่องดำเนินไป ย่อมยังเดชมิใช่คุณให้สิ้นไป
ด้วยเดชคือคุณ ย่อมยังเดชคือความเป็นผู้มีปัญญาทรามให้สิ้นไปด้วยเดชคือปัญญา
ย่อมยังเดชมิใช่บุญให้สิ้นไปด้วยเดชคือบุญ ย่อมยังเดชมิใช่ธรรมให้สิ้นไปด้วย
เดชอันเป็นธรรม ฯ
             [๒๓๖] คำว่า ธรรมเครื่องขัดเกลา ความว่า กามฉันทะมิใช่ธรรมเครื่อง
ขัดเกลา เนกขัมมะเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา พยาบาทมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา
ความไม่พยาบาทเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ถีนมิทธะมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา
อาโลกสัญญาเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา อุทธัจจะมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ความไม่
ฟุ้งซ่านเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา วิจิกิจฉามิใช่เป็นธรรมเครื่องขัดเกลา การกำหนด
ธรรมเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา อวิชชามิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ญาณเป็นธรรม
เครื่องขัดเกลา อรติมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ความปราโมทย์เป็นธรรมเครื่อง
ขัดเกลา นิวรณ์มิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา ปฐมฌานเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ฯลฯ
กิเลสทั้งปวงมิใช่ธรรมเครื่องขัดเกลา อรหัตมรรคเป็นธรรมเครื่องขัดเกลา ฯ
             ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรม ซึ่งว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะ
เหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา สภาพต่าง ๆ
และเดช เป็นสัลเลขัฏฐญาณ ฯ

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๑ บรรทัดที่ ๒๕๖๔ - ๒๕๙๖. หน้าที่ ๑๐๕ - ๑๐๖. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=31&A=2564&Z=2596&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=31&siri=40              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=233              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [233-236] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=31&item=233&items=4              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๑ http://84000.org/tipitaka/read/?index_31

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com