ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
โสมนัสสจริยาที่ ๒
ว่าด้วยพระจริยาวัตรของโสมนัสสกุมาร
[๒๒] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลเมื่อเราเป็นพระราชบุตรสุดที่รัก เป็นที่ปรารถนา ของพระมารดาพระบิดาปรากฏนามว่าโสมนัส อยู่ในอินทปัตถนคร อันอุดม เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม มีปฏิภาณอันเฉียบ แหลม เคารพนบนอบต่อบุคคลผู้เจริญมีหิริ และฉลาดในสังคหธรรม ครั้งนั้น มีดาบสโกงผู้หนึ่ง เป็นที่โปรดปราน ของพระราชาพระองค์ นั้น ดาบสนั้นปลูกต้นผลไม้ ดอกไม้และผัก เก็บขายเลี้ยงชีวิต เราได้เห็นดาบสโกงนั้น เหมือนกองแกลบอันไม่มีข้าวสาร เหมือน ไม้เป็นโพลงข้างใน เหมือนต้นกล้วยหาแก่นมิได้ ดาบสโกงผู้นี้ไม่ มีธรรมของสัตบุรุษ ปราศจากความเป็นสมณะ ละหิริและธรรมขาว เพราะเหตุแห่งการเลี้ยงชีวิตปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น เพราะโจรอัน เที่ยวอยู่ในดง พระราชบิดาของเราเมื่อจะเสด็จไปปราบความกำเริบ นั้น ตรัสสั่งเราว่า พ่ออย่าประมาทในชฎิลผู้มีความเพียรอันแรงกล้า นะ ลูก พ่อจะอนุวัตรตามความปรารถนา ด้วยว่าชฎิลนั้น เป็นผู้ ให้ความสำเร็จความปรารถนาทั้งปวงเราไปสู่ที่บำรุงชฎิลนั้นแล้ว ได้ กล่าวดังนี้ว่า ดูกรคฤหบดี ท่านสบายดีดอกหรือ หรือว่าท่านจะ ให้นำเอาอะไรมา เหตุนั้น ดาบสโกงนั้นอาศัยมานะจึงโกรธเราว่า เราจะให้พระราชาฆ่าท่านเสียในวันนี้ หรือจะให้ขับไล่เสียจากแว่น แคว้น พระราชาทรงปราบปัจจันตชนบทสงบแล้ว ได้ตรัสถามชฎิล โกงว่า พระผู้เป็นเจ้าสบายดีหรือสักการะสัมมานะยังเป็นไปแก่พระ ผู้เป็นเจ้าหรือชฏิลโกงนั้น กราบทูลแด่พระราชา เหมือนว่าพระราช กุมารให้ฉิบหายพระเจ้าแผ่นดินทรงสดับคำของชฎิลโกงนั้นทรงบังคับ ว่าจงตัดศีรษะเสียในที่นี้นั่นแหละ จงสับฟันบั่นออกเป็น ๔ ท่อน ทิ้งไว้ในท่ามกลางถนนให้คนเห็นว่า นั่นเป็นผลของคนเบียดเบียน ชฎิล พวกโจรฆาตก็ใจดุร้ายไม่มีกรุณาเหล่านั้น เพราะรับสั่งบังคับ เมื่อรับนั่งอยู่บนตักของพระมารดา ก็ฉุดคร่านำเราไป เราได้กล่าว แก่เขาเหล่านั้น ซึ่งกำลังผูดมัดอย่างมั่นคงอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย จงพาเราไปเฝ้าพระราชาโดยเร็ว ราชกิจของเรามีอยู่ เขาเหล่านั้น เป็นคนลามกและเสพคนลามก พาเราไปเฝ้าพระราชา เราไปเฝ้า พระราชาแล้วทูลให้ทรงเข้าพระทัย และนำมาสู่อำนาจของเราพระ- บิดาขมาเรา ณ ที่นั้นแล้ว ได้พระราชทานราชสมบัติอันใหญ่หลวง แก่เรา เรานั้นทำลายความมืดมัวเมาแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต เราจะเกลียดราชสมบัติ อันใหญ่หลวงก็หามิได้จะเกลียดกามโภค สมบัติก็หามิได้ แต่พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรา ฉะนั้น เราจึง สละราชสมบัติเสีย ฉะนี้แล.
จบโสมนัสสจริยาที่ ๒

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ บรรทัดที่ ๙๑๗๗ - ๙๒๑๓. หน้าที่ ๓๙๓ - ๓๙๕. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=9177&Z=9213&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=241              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=230              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [230] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=33&item=230&items=1 [230-230] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=33&A=230&Z=230              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_33

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com