ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์
กามคุณกถา
[๑๒๑๐] สกวาที กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ความพอใจเกี่ยวด้วยกามคุณนั้นมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ ส. ความกำหนัดเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอ ใจเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความดำริเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความกำ หนัดเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ความกำหนัดด้วยอำนาจความดำริเกี่ยวด้วย กามคุณ ๕ นั้น ปีติเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น โสมนัสเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้น มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ปีติโสมนัสเกี่ยวด้วยกามคุณ ๕ นั้นมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ [๑๒๑๑] ส. กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักษุของมนุษย์ทั้งหลาย ไม่เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตะ ฆานะ ชิวหา มโน ของมนุษย์ทั้งหลายไม่เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มโนของมนุษย์ทั้งหลาย ไม่เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า กามคุณ ๕ ในโลกมีมโนเป็นที่ ๖ พระ พุทธะทั้งหลายประกาศแล้ว บุคคลสำรอกความพอใจในกามคุณ ๕ และมโนนี้แล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ได้ ด้วยอาการอย่างนี้ ดังนี้ ๑- เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า มโนของมนุษย์ทั้งหลายไม่เป็นกามธาตุ [๑๒๑๒] ส. กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามคุณ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @๑ ขุ. สุ. ข้อ ๓๐๙ หน้า ๓๕๘ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามคุณ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมอุบัติขึ้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมอุบัติขึ้น คู่พระสาวกย่อมอุบัติขึ้นในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามธาตุ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามคุณ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็น วิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามธาตุ มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามคุณ มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามธาตุมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามคุณมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามธาตุ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามคุณ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมอุบัติขึ้น คู่พระสาวกย่อมอุบัติขึ้น ในกามธาตุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมอุบัติขึ้น พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมอุบัติขึ้น คู่พระสาวกย่อมอุบัติขึ้น ในกามคุณ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๑๒๑๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณนี้ ๕ อย่าง ๕ อย่างเป็นไฉน? รูปซึ่งเป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ น่ารัก ยั่วกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด เสียง ซึ่งเป็นวิสัยแห่งโสตวิญญาณ กลิ่นซึ่งเป็นวิสัยแห่งฆานวิญญาณ รส รสซึ่งเป็นวิสัยแห่งชิวหาวิญญาณ โผฏฐัพพะซึ่งเป็นวิสัยแห่งกาย วิญญาณ ที่น่าปรารถนา น่าใคร่ จำเริญใจ น่ารัก ยั่วกาม เป็นที่ ตั้งแห่งความกำหนัด ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามคุณ ๕ อย่าง ฉะนี้แล ดังนี้ ๑- เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น ก็กามคุณ ๕ เท่านั้น เป็นกามธาตุน่ะสิ
กามคุณกถาจบ
-----------------------------------------------------

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ บรรทัดที่ ๑๑๙๔๕ - ๑๒๐๔๐. หน้าที่ ๔๙๗ - ๕๐๑. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=11945&Z=12040&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=95              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=1210              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [1210-1213] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=37&item=1210&items=4 [1210-1213] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=37&A=1210&Z=1213              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- [1210-1213] http://84000.org/tipitaka/pali/roman_item_s.php?book=37&item=1210&items=4              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_37

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :