ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์
สัมมุขีภูตกถา
[๑๕๒๖] สกวาที บุคคลเป็นผู้มีจิตพรั่งพร้อมด้วยสัญโญชน์ ละสัญโญชน์ได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นผู้มีจิตอันราคะย้อมแล้ว ละราคะ เป็นผู้มีจิตอันโทสะประทุษ ร้ายแล้ว ละโทสะ เป็นผู้มีจิตหลงแล้ว ละโมหะ เป็นผู้มีจิตเศร้าหมอง แล้ว ละกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @๑. กถาวัตถุภาษาไทย ภาค ๒ ข้อ ๗๖๑ ๒. กถาวัตถุภาษาไทย ภาค ๒ ข้อ ๗๖๑ ส. บุคคลละราคะด้วยราคะ ละโทสะด้วยโทสะ ละโมหะด้วยโมหะ ละ กิเลสด้วยกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ราคะก็สัมปยุตด้วยจิต มรรคก็สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๒ ฯลฯ แห่งจิต ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ราคะเป็นอกุศล มรรคเป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมที่เป็นกุศลและธรรมที่เป็นอกุศล ธรรมที่มีโทษและธรรมที่ไม่มีโทษ ธรรมเลวและธรรมประณีต ธรรมดำและธรรมขาวอันเป็นข้าศึกกันมาพบกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธรรมที่เป็นกุศลและธรรมที่เป็นอกุศล ธรรมที่มีโทษและธรรมที่ไม่มีโทษ ธรรมเลวและธรรมประณีต ธรรมดำและธรรมขาวอันเป็นข้าศึกกันมาพบกัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ ไกลกัน ไกลกันนัก ๔ ประการ เป็นไฉน ฟ้าและแผ่นดินนี้ ประการแรก ที่ไกลกัน ไกลกันนัก ฯลฯ เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษ จึงไกลจากอสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศล และธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ มาพบกัน [๑๕๒๗] ส. บุคคลเป็นผู้มีจิตพรั่งพร้อมด้วยสัญโญชน์ ละสัญโญชน์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ภิกษุนั้น ครั้นเมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ฯลฯ อย่างนี้ ย่อมน้อมจิตไปเพื่อญาณเป็นเครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้มีจิตพรั่งพร้อมด้วยสัญญโญชน์ ละสัญโญชน์ [๑๕๒๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้มีจิตพรั่งพร้อมด้วยสัญโญชน์ ละสัญโญชน์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า เมื่อภิกษุนั้น รู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จากกามาสวะ ฯลฯ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จาก อวิชชาสวะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็เป็นผู้มีจิตพรั่งพร้อมด้วยสัญโญชน์ ละสัญโญชน์ น่ะสิ
สัมมุขีภูตกถา
-----------------------------------------------------

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ บรรทัดที่ ๑๕๖๕๒ - ๑๕๗๐๑. หน้าที่ ๖๕๑ - ๖๕๓. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=15652&Z=15701&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=149              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=1526              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [1526-1528] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=37&item=1526&items=3 [1526-1528] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=37&A=1526&Z=1528              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_37

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :