ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์
คติอนุโยค
[๗๖] ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเอง ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวว่าอย่างนั้น ฯลฯ [๗๗] ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๗๘] ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเองด้วย บุคคลอื่นด้วย ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จาก โลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๗๙] ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเอง ก็มิได้ท่องเที่ยวไป บุคคลอื่นก็มิได้ท่องเที่ยวไป จากโลก นี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๐] ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไป บุคคลอื่นท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นเองด้วย บุคคลอื่นด้วย ท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นก็มิได้ท่องเที่ยวไป บุคคลอื่นก็มิได้ท่องเที่ยวไป จาก โลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลนั้นท่องเที่ยวไปเจ็ดครั้งเป็นอย่างยิ่ง แล้วจะเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เพราะสิ้นสัญโญชน์ทั้งปวง ๑- ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ นะสิ [๘๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลก นี้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย การท่องเที่ยวไปของ สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูกพัน แล่นไปอยู่ ท่องเที่ยว @๑. ข. อิติวุตฺตก ข้อ ๒๐๒ หน้า ๒๔๓ ไปอยู่นี้ มีเบื้องต้นเบื้องปลายที่ตามรู้ไม่ได้ เงื่อนต้นไม่ปรากฏ ๑- ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่ จริงมิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้นบุคคลก็ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ นะสิ [๘๓] ส. บุคคลท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บางคนเป็นมนุษย์แล้วเป็นเทวดาก็มีหรือ ป. ถูกแล้ว ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ เทวดาก็คนนั้นแหละ (เป็นคนเดียวกัน) หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ เทวดาก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นมนุษย์แล้วเป็นเทวดา เป็นเทวดาแล้วเป็นมนุษย์ เป็นผู้เกิดเป็น มนุษย์ เทวดาเป็นอื่น ผู้เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นอื่น (เป็นคนละคน) คำว่า บุคคลนั้นเอง ท่องเที่ยวไป นี้ผิด ฯลฯ ก็ถ้าว่า บุคคลท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นเองเคลื่อนจากโลกนี้ไป สู่โลกอื่น ไม่ใช่บุคคลอื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ ความตายก็จักไม่มี แม้ปาณาติบาตก็หยั่งเห็นไม่ได้ กรรมมีอยู่ ผลของกรรมมีอยู่ ผลของกรรมทั้งหลายที่ทำแล้วมีอยู่ เมื่อกุศลและอกุศลให้ผลอยู่ คำว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไป นี้ผิด ฯลฯ @๒. สํ. นิ. ข้อ ๔๒๑ หน้า ๒๑๒ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บางคนเป็นมนุษย์แล้วเป็นยักษ์ ... เป็นเปรต ... เป็นสัตว์นรก ... เป็นสัตว์ เดียรัจฉาน ... เป็นอูฐ ... เป็นลา ... เป็นโค ... เป็นสุกร ... เป็นกระบือ ... ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ กระบือก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มนุษย์ก็คนนั้นแหละ กระบือก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลเป็นมนุษย์แล้วเป็นกระบือ เป็นกระบือแล้วเป็นมนุษย์ เป็นผู้เกิด เป็นมนุษย์ กระบือเป็นอื่น ผู้เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นอื่น คำว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไป นี้ผิด ฯลฯ ก็ถ้าว่า บุคคลท่องเที่ยวไป บุคคลนั้นเองเคลื่อนจากโลกนี้ ไปสู่โลกอื่น ไม่ใช่บุคคลอื่น เมื่อ เป็นเช่นนี้ ความตายก็จักไม่มี แม้ปาณาติบาตก็จะหยั่งเห็นไม่ได้ กรรมมีอยู่ ผลของกรรมมีอยู่ ผลของกรรมทั้งหลายที่ทำแล้วมีอยู่ เมื่อกุศลและอกุศลให้ผลอยู่ คำว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยว ไป นี้ผิด ฯลฯ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บางคนเป็นกษัตริย์แล้วเป็นพราหมณ์ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กษัตริย์ก็คนนั้นแหละ พราหมณ์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นกษัตริย์แล้วเป็นแพศย์ ... เป็นศูทรก็มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กษัตริย์ก็คนนั้นแหละ ศูทรก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นพราหมณ์แล้วเป็นแพศย์ ... เป็นศูทร ... เป็นกษัตริย์ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พราหมณ์ก็คนนั้นแหละ กษัตริย์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นแพศย์แล้วเป็นศูทร ... เป็นกษัตริย์ ... ไปเป็นพราหมณ์ ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. แพศย์ก็คนนั้นแหละ พราหมณ์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บางคนเป็นศูทรแล้วเป็นกษัตริย์ ... เป็นพราหมณ์ ... เป็นแพศย์ ก็มีหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ศูทรก็คนนั้นแหละ แพศย์ก็คนนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คนมือด้วยก็ไปเป็นคนมือด้วยเทียวหรือ ... คนเท้าด้วนก็ไปเป็นคนเท้า ด้วนเทียวหรือ ... คนด้วนทั้งมือและเท้าก็ไปเป็นคนด้วนทั้งมือและเท้าเทียวหรือ ... คนหูวิ่น ... คนจมูกโหว่ ... คนทั้งหูวิ่นทั้งจมูกโหว่ ... คนนิ้วด้วน ... คนนิ้วแม่มือด้วน ... คนเอ็นใหญ่ ขาด ... คนมือหงิก ... คนมือแป ... คนเป็นโรคเรื้อน ... คนเป็นต่อม ... คนเป็นโรคกลาก ... คนเป็นโรคมองคร่อ ... คนเป็นโรคลมบ้าหมู ... อูฐ ... โค ... ลา ... สุกร ... กระบือ ก็ไปเป็น กระบือเทียวหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลก อื่นสู่โลกนี้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้เป็นโสดาบัน เคลื่อนจากมนุษยโลกเข้าถึงเทวโลกแล้ว คงเป็น โสดาบันเทียวแม้ในเทวโลกนั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้เป็นโสดาบันเคลื่อนจากมนุษยโลก เข้าถึงเทวโลกแล้ว คงเป็นโสดาบันเทียวแม้ในเทวโลกนั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลนั้นเองท่อง เที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ [๘๕] ส. ท่านทำความตกลงแล้วว่า บุคคลผู้เป็นโสดาบันเคลื่อนจากมนุษยโลก เข้า ถึงเทวโลกแล้ว คงเป็นโสดาบันเทียวแม้ในเทวโลกนั้น และด้วยเหตุนั้น (จึงวินิจฉัยว่า) บุคคลนั้นเทียวท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านได้ทำความตกลงว่า บุคคลผู้เป็นโสดาบันเคลื่อนจากมนุษยโลกเข้าถึง เทวโลกแล้ว คงเป็นมนุษย์แม้ในเทวโลกนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๖] ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ไม่เป็นอื่น ไม่แปรผัน ท่องเที่ยวไป หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๗] ส. ไม่เป็นอื่น ไม่แปรผัน ท่องเที่ยวไป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คนมือด้วนก็ไปเป็นคนมือด้วนเทียวหรือ ... คนเท้าด้วนก็ไปเป็นคนเท้า ด้วนเทียวหรือ ... คนด้วนทั้งมือและเท้าก็ไปเป็นคนด้วนทั้งมือและเท้าเทียวหรือ ... คนหูวิ่น ... คนจมูกโหว่ ... คนทั้งหูวิ่นจมูกโหว่ ... คนนิ้วด้วน ... คนนิ้วแม่มือด้วน ... คนเอ็นใหญ่ขาด ... คนมือหงิก ... คนมือแป ... คนเป็นโรคเรื้อน ... คนเป็นต่อม ... คนเป็นโรคกลาก ... คน เป็นโรคมองคร่อ ... คนเป็นโรคลมบ้าหมู ... อูฐ ... โค ... ลา ... สุกร ... กระบือก็ไปเป็น กระบือเทียวหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๘] ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้มีรูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้มีรูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้มีเวทนา ฯลฯ เป็นผู้มีสัญญา ฯลฯ เป็นผู้มีสังขาร ฯลฯ เป็นผู้ มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๘๙] ส. บุคคลนั้นเองท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นผู้ไม่มีรูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้ไม่มีรูปท่องเที่ยวไป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้ไม่มีเวทนา ฯลฯ เป็นผู้ไม่มีสัญญา ฯลฯ เป็นผู้ไม่มีสังขาร ฯลฯ เป็นผู้ไม่มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นผู้ไม่มีวิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐] ส. บุคคลนั้นแหละท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑] ส. บุคคลนั้นแหละ ท่องเที่ยวไปจากโลกนี้สู่โลกอื่น จากโลกอื่นสู่โลกนี้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิญญาณไม่ท่องเที่ยวไปหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. หากว่า บุคคลแตกดับไปในเมื่อขันธ์ทั้งหลายแตกดับไป ก็เป็นอุจเฉททิฏฐิ ที่พระพุทธเจ้าทรงเว้นขาดแล้ว หากว่า บุคคลไม่แตกดับไปในเมื่อขันธ์ทั้งหลายแตกดับไป บุคคล ก็จะเที่ยง (และดังนั้น) จะเสมอเหมือนกับนิพพาน.
คติอนุโยค จบ.
-----------------------------------------------------

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ บรรทัดที่ ๘๓๕ - ๑๐๓๘. หน้าที่ ๓๗ - ๔๕. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=835&Z=1038&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=15              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=76              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [76-91] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=37&item=76&items=16 [76-91] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=37&A=76&Z=91              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- [76-91] http://84000.org/tipitaka/pali/roman_item_s.php?book=37&item=76&items=16              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_37

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :