ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์
สมันนาคตกถา
[๙๐๓] สกวาที พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยผัสสะ ๔ ด้วยเวทนา ๔ ด้วยสัญญา ๔ ด้วย เจตนา ๔ ด้วยจิต ๔ ด้วยศรัทธา ๔ ด้วยวิริยะ ๔ ด้วยสติ ๔ ด้วย สมาธิ ๔ ด้วยปัญญา ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐๔] ส. พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีประกอบด้วยผัสสะ ๓ ฯลฯ ด้วยปัญญา ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐๕] ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยผัสสะ ๒ ฯลฯ ด้วยปัญญา ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐๖] ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นพระสกทาคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ผู้ อสังขารปรินิพพายี ผู้สสังขารปรินิพพายี ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐๗] ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเป็นพระสกทาคามีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐๘] ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๐๙] ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๐] ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงกล่าวว่า สกทาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๑] ส. ผู้ประกอบด้วยอนาคามิผล พึงกล่าวว่า อนาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์องค์นั้น พระอนาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๒] ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๓] ส. ผู้ประกอบด้วยสกทาคามิผล พึงกล่าวว่า สกทาคามี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีองค์นั้น พระสกทาคามีก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๔] ส. ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล พึงกล่าวว่า โสดาบัน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีองค์นั้น พระโสดาบันก็องค์นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๕] ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ อรหันต์ประกอบด้วยโสดาปัตติผล [๙๑๖] ส. พระอรหันต์เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโสดาปัตติผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิวิจิกิจฉา สีลัพ- พตปรามาส ราคะที่เป็นอปายคามี โทสะที่เป็นอปายคามี โมหะที่เป็น อปายคามี ไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๗] ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เลยสกทาคามิผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ อรหันต์ประกอบด้วยสกทาคามิผล [๙๑๘] ส. พระอรหันต์เลยสกทาคามิผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยสกทาคามิผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาท อย่างหยาบไปแล้ว ยังชื่อว่า ประกอบด้วยพยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๑๙] ส. พระอรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยอนาคามิผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เลยอนาคามิผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ อรหันต์ประกอบด้วยอนาคามิผล [๙๒๐] ส. พระอรหันต์เลยอนาคามิผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยอนาคามิผลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์เลยอนาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างละเอียด พยาบาท อย่างละเอียดไปแล้ว ยังชื่อว่า ประกอบด้วยพยาบาทอย่างละเอียดนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๒๑] ส. พระอนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอนาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ- อนาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล [๙๒๒] ส. พระอนาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโสดาปัตติผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะ ที่เป็นอปายคามีไปแล้ว ยังชื่อว่า ประกอบด้วยโมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๒๓] ส. พระอนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอนาคามีเลยสกทาคามิผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ- อนาคามีประกอบด้วยสกทาคามิผล [๙๒๔] ส. พระอนาคามีเลยสกทาคามิผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยสกทาคามิผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีเลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาท อย่างหยาบไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยพยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๒๕] ส. พระสกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ สกทาคามีประกอบด้วยโสดาปัตติผล [๙๒๖] ส. พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติผลไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโสดาปัตติผล นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีเลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะ ที่เป็นอปายคามีไปแล้ว ยังชื่อว่าประกอบด้วยโมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๒๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์ได้ผล ๔ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอรหันต์ได้ผล ๔ และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอรหันต์ประกอบด้วยผล ๔ [๙๒๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอนาคามีได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอนาคามี ได้ผล ๓ และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น ด้วยเหตุนั้น นะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอนาคามีประกอบด้วยผล ๓ [๙๒๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีประกอบด้วยผล ๒ [๙๓๐] ส. พระอรหันต์ ได้ผล ๔ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๔ นั้น เพราะเหตุนั้น พระอรหันต์จึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๔ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ได้มรรค ๔ แล้วไม่เสื่อมจากมรรค ๔ นั้น เพราะเหตุนั้น พระอรหันต์จึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๓๑] ส. พระอนาคามี ได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๓ นั้น เพราะเหตุนั้น พระอนาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๓ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอนาคามีได้มรรค ๓ แล้ว และไม่เสื่อมจากมรรค ๓ นั้น เพราะเหตุ นั้น พระอนาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๓ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ [๙๓๒] ส. พระสกทาคามี ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น เพราะเหตุนั้น พระสกทาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยผล ๒ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีได้มรรค ๒ แล้ว และไม่เสื่อมจากมรรค ๒ นั้น เพราะ เหตุนั้น พระสกทาคามีจึงชื่อว่า ประกอบด้วยมรรค ๒ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สมันนาคตกถา จบ
-----------------------------------------------------

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ บรรทัดที่ ๘๙๗๔ - ๙๑๖๗. หน้าที่ ๓๗๒ - ๓๘๐. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=37&A=8974&Z=9167&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=37&siri=56              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=37&i=903              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [903-932] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=37&item=903&items=30 [903-932] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=37&A=903&Z=932              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_37

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com