ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑
สานุสยวาร
อนุโลม
[๑๒๘๘] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยปฏิฆานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย มานานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก ผู้มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกาม- *ราคานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย ก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย. [๑๒๘๙] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยมานานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก ผู้มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยปฏิฆานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย. [๑๒๙๐] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา- *นุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยมานานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยมานานุสัย? ถูกแล้ว. [๑๒๙๑] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยทิฏฐานุสัย? ถูกแล้ว ฯลฯ. [๑๒๙๒] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย? บุคคล ๓ จำพวกมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา- *นุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย [๑๒๙๓] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยภวราคานุสัย ถูกแล้ว. [๑๒๙๔] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคา- *นุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย. [๑๒๙๕] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย. [๑๒๙๖] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย? ถูกแล้ว. [๑๒๙๗] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชา- *นุสัยหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความ นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่อง ด้วยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย. [๑๒๙๘] บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย แต่จะ มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ภวราคานุสัย แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ ปุถุชนมีความ นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย. [๑๒๙๙] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานา- *นุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมี ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐา- *นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ใน กามธาตุ. @หมายเหตุ คำว่า จากที่ใด หมายความว่า เกิดจากที่ใด จากที่นั้น หมายความว่า เกิดจากที่นั้น บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา- *นุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ใน กามธาตุ. [๑๓๐๐] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย มานานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐา- *นุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา- *นุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา. [๑๓๐๑] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย มานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมี ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะ มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย มานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย มานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และ มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยจากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ. [๑๓๐๒] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. [๑๓๐๓] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. [๑๓๐๔] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย ภวราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่ จะมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ. [๑๓๐๕] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมี ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยมานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความ นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมี ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมี ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความ นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด มีความ นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมี ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และ ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่. [๑๓๐๖] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือรูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นคือทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมี ๑- ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย. บุคคลผู้มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลมีความ นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. @๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย @และมานานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ @ปฏิฆานุสัย จากนั้นก็หาไม่. [๑๓๐๗] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมี ๑- ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และทิฏฐานุสัย. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? @๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย @มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกาม- @*ราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่" บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. [๑๓๐๘] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? หรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมี ๑- ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย. บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆา- *นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ @๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย @มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอน @เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่" วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. [๑๓๐๙] บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น? บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ ภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ รูปธาตุ อรูปธาตุ แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะ มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลมีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. [๑๓๑๐] บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล ๓ จำพวก เหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความ นอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จาก ที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา- *นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอน เนื่องด้วยกามราคานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้นมีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระ อนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ใน รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น. [๑๓๑๑] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และมีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? หามิได้. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระ- *อนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความนอน เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ใน กามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้น นั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น. [๑๓๑๒] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอน เนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยวิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล เหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอน เนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ใน อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น. [๑๓๑๓] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ถูกแล้ว. [๑๓๑๔] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มี ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่อง ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอน เนื่องด้วยภวราคานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มี ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความ นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น. [๑๓๑๕] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัยจากที่นั้น? บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น. [๑๓๑๖] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความ นอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความ นอนเนื่องด้วยมานานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น? หามิได้. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยจากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความ นอนเนื่อง ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความ นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องใน ทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. [๑๓๑๗] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละมีความนอนเนื่องด้วย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? บุค ๑- คลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย. บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้น นั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ [๑๓๑๘] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. @๑. บาลีปรากฏเพียงเท่านี้ พึงแก้ให้บริบูรณ์อย่างนี้ว่า "บุคคล ๔ จำพวก มีความนอนเนื่อง ในรูปธาตุ @ในอรูปธาตุ บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และมานานุสัย @จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น? ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วย วิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องใน เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ฯลฯ? [๑๓๑๙] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จาก ที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น? บุคคล ๓ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอน เนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชน มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. บุคคลใดมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จาก ที่นั้น? พระอนาคามีมีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอน เนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความนอน เนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และ มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอน เนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วย ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่. [๑๓๒๐] บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า บุคคลใด มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น มีความ นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ ภวราคานุสัย จากที่นั้น? พระอนาคามี มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วย อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้นมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และ มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องใน รูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ใน กามธาตุ บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล เหล่านั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น มี ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ ปุถุชนมีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นมีความนอนเนื่อง ด้วยอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชน นั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กาม- *ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอน เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย และ ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.
อนุโลม จบ.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ บรรทัดที่ ๑๒๓๖๗ - ๑๓๐๙๔. หน้าที่ ๔๙๒ - ๕๒๐. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=38&A=12367&Z=13094&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=38&siri=36              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=38&i=1288              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [1288-1320] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=38&item=1288&items=33 [1288-1320] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=38&A=1288&Z=1320              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- [1288-1320] http://84000.org/tipitaka/pali/roman_item_s.php?book=38&item=1288&items=33              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?index_38

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :