ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑
             [๑๓๒๑] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัยหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย แต่จะ ๑- ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย?
             ถูกแล้ว.
@๑. บาลีพึงเป็น โน จ โส ฯ ปุคคโลกาสวาร ซึ่งจะกล่าวข้างหน้า ก็เป็นตัวอย่างในข้อนี้ เพราะว่า ใน
@พระบาลีนั้น ท่านกล่าวไว้ว่า โน จ โส ตโต ดังนี้ เป็นอาทิ แม้ในคำว่า โน จ เต นี้ ก็นัยนี้
@เหมือนกัน.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยอวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๒] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัยหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอน
เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยอวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๓] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัย?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๔] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๓๒๕] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วย อวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๖] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยภวราคานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๗] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๘] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็หาไม่ พระอนาคามีไม่มีความนอนเนื่องด้วย
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัยก็หาไม่
พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๒๙] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่จะไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยก็หาไม่ พระอนาคามีไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย แต่จะไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย ฯลฯ?
             [๑๓๓๐] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๑] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
หรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ
ภวราคานุสัย?
             ถูกแล้ว
             [๑๓๓๒] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือทุกขเวทนา แต่จะไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยา-
*ปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคล ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่จะมีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ใน
อปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัยจากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยา-
*ปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๓] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ใน
อปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ
ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่
จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆา-
*นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในอปริย-
*ปันนธรรม.
             บุคคล ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ใน
อปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๔] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ทุกขเวทนา แต่จะไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-
*นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชา-
*นุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่
มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๕] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๓๓๖] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ
แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๗] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ แต่
จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-
*นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๘] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกข-
*เวทนา แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ
ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จาก
ที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกข-
*เวทนา แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๓๙] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๐] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๓๔๑] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น
คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
คือ ในอปริยาปันนธรรม ฯลฯ.
             [๑๓๔๒] บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย
จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๓] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในอปริยาปันนธรรม ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๓ จำพวก
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยา-
*ปันนธรรม ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๒ จำพวก
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น.
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๓ จำพวก
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓
ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๔] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒
ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล
๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๒ จำพวกไม่มีความนอนเนื่องด้วยทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
วิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒
ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ใน
รูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่
พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๕] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ปุถุชนนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน
เนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-
*นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๔ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล ๔ จำพวก
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอน
เนื่องด้วยมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๔ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๔ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคล
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๖] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว ฯลฯ.
             [๑๓๔๗] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ใน
กามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             ปุถุชน ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ปุถุชนนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอน
เนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๘] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๔ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคล ๔ จำพวก
เหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอน
เนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๔๙] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒
ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานา-
*นุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคา-
*นุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ ด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ปุถุชนนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วย
ปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และด้วย
ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี  ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย แต่
พระอนาคามีนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มี
ความนอนเนื่องในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอน
เนื่องด้วยภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่ใด
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่อง
ในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยในเวทนา ๓
ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จาก
ที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย และไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๕๐] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และ
ด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และด้วย
มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี
ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย จากที่นั้น?
             บุคคล ๓ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๓ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความ
นอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย
และด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และ
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยา-
*ปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคล
นั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย
จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยา-
*ปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และ
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่
ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๕๑] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น.
             บุคคล ๒ จำพวก ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่
บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉา-
*นุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
และด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในรูปธาตุ
ในอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น  แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้น
ก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ใน
กามธาตุ ในรูปธาตุ อรูปธาตุ พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย กาม-
*ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ใน
อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วย
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัย ในที่ทั้งปวง ฯลฯ.
             [๑๓๕๒] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
*นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             ถูกแล้ว.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
จากที่นั้น?
             แก่ปุถุชนไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ปุถุชนนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-
*นุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น แต่ปุถุชนนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จาก
ที่นั้น แต่บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคล ๒ จำพวกเหล่านั้น  ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น
แต่บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลเหล่านั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลเหล่านั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย
และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้น พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ พระอนาคามีนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้น แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มี
ความนอนเนื่องด้วยภวราคานุสัย  ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
*นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยภวราคา-
*นุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐา-
*นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น
หรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่พระ
อนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่มี
ความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
*นุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
             [๑๓๕๓] บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานา-
*นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
             พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องในทุกขเวทนา พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย  จากที่นั้น
แต่พระอนาคามีนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
ไม่มีความนอนเนื่องในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยอวิชชานุสัย จากที่นั้น พระอรหันต์ ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย
ในที่ทั้งปวง.
             หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น
ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
และภวราคานุสัย จากที่นั้น?
             ถูกแล้ว.
สานุสยวาร จบ.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ บรรทัดที่ ๑๓๐๙๕ - ๑๓๙๓๗. หน้าที่ ๕๒๐ - ๕๕๒. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=38&A=13095&Z=13937&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=38&siri=37              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=38&i=1321              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [1321-1353] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=38&item=1321&items=33 [1321-1353] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=38&A=1321&Z=1353              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?index_38

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :