ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑
ปวัตติวาร
อุปปาทวาร
[๑๐๓๖] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในชั้นกามาวจร ที่เข้าปฐมฌาน ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. หรือว่า วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งวิตกและวิจาร แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในชั้นกามาวจร ที่เข้าปฐมฌาน ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๓๗] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน อุปปาทขณะแห่งจิต แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๓๘] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งจิต แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขาร ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร. [๑๐๓๙] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ. หรือว่า วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อม เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือใน ปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ. [๑๐๔๐] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. จิตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้น คือปฐมฌาน ในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในกามาวจรภูมิ. [๑๐๔๑] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น. จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้น คือในปฐมฌาน (ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว) ในกามาวจรภูมิ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ. [๑๐๔๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฯลฯ. คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน. [๑๐๔๓] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขาร ย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่ เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. [๑๐๔๔] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นหรือ? เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน อุปปาทขณะแห่งจิต แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่ เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แก่ผู้ที่ เข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๔๕] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? เว้นวิตกและวิจารเสียแล้ว วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งจิต แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และ จิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต แก่ผู้ที่เข้านิโรธ แก่ อสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๔๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขาร ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่กายสังขารย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือ ในจตุตถฌาน ในอสัญญสัตตภูมิ. [๑๐๔๗] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นใน ภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในจตุตถฌาน ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๔๘] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น หรือ? วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ในจตุตถฌาน แต่ จิตตสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้น คือในอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๔๙] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด คือ ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ อสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ. คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน ข้อว่า "นิโรธ- *สมาปนฺนานํ" ย่อมไม่ได้ในคำว่า "ยสฺส ยตฺถ" [๑๐๕๐] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว. กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว. วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว. [๑๐๕๑] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ. แม้คำว่า ยตฺถ ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทุกบท. [๑๐๕๒] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่ วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็ เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ. หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน อรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ. [๑๐๕๓] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้น? จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ. [๑๐๕๔] วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน อรูปาวจรภูมิ นอกนี้. [๑๐๕๕] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ไม่มี. หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี. กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี. วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ไม่มี. [๑๐๕๖] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๕๗] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้น แล้ว และวจีสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้น สุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น? วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่ กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และ กายสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๐๕๘] กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน รูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลัง เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว. [๑๐๕๙] วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ แต่จิตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น? ถูกแล้ว. [๑๐๖๐] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ใน ลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้. [๑๐๖๑] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้. [๑๐๖๒] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่วิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และ วจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นอกนี้. [๑๐๖๓] กายสังขารจักเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๖๔] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่ วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ. หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด และสัตว์ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขาร จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้. [๑๐๖๕] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมี ปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขาร ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิด ในกามาวจรภูมิ นอกนี้. [๑๐๖๖] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่วจีสังขารจัก เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน อรูปาวจรภูมิ นอกนี้. [๑๐๖๗] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ใน ลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย ปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว. [๑๐๖๘] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ซึ่งจักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อม เพรียงด้วยปัจฉิมจิต. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. [๑๐๖๙] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นใน ลำดับแห่งจิตใด แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นและ จิตตสังขารก็จักไม่ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว. [๑๐๗๐] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๗๑] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าถึงจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้น? วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้มีปัจฉิมจิต อันไม่ มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๐๗๒] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิต เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จัก ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น? ถูกแล้ว. [๑๐๗๓] วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มี วิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่จิตตสังขารจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้น? ถูกแล้ว. [๑๐๗๔] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น? วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๗๕] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๗๖] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วและวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร. [๑๐๗๗] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๗๘] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้น และจีวรสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. หรือว่า วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้น. วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดใน กามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขาร ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อม เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง ลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๗๙] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นใน ภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน ภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๘๐] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน อุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร. [๑๐๘๑] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ นั้นหรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น. ไม่มี. [๑๐๘๒] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นหรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น. ไม่มี. [๑๐๘๓] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น หรือ? เคยเกิดขึ้นแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น. ไม่มี. [๑๐๘๔] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๘๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลม- *อัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๐๘๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๘๗] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมิ นั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมิ นั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๘๘] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่ง จิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๘๙] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ถูกแล้ว หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่ง จิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ใน อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๙๐] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีวิตกและวิจาร แต่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่ง จิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่ง วิตกและวิจาร. [๑๐๙๑] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๙๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ใน อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิด ในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งลม อัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๙๓] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารย่อมเกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ. [๑๐๙๔] วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ที่มีวิตก และมีวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมเกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น นอกนี้ ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น. จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่ง วิตกและวิจาร. [๑๐๙๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับ แห่งจิตใด. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๙๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว. [๑๐๙๗] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น. จิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกมีวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อม ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้มีความพร้อม เพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร. [๑๐๙๘] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ. [๑๐๙๙] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น. วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะ แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อม- *เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้า ทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๑๐๐] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว. [๑๑๐๑] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก และไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี วิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่ เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี วิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๑๐๒] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมี ปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว วจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว. [๑๑๐๓] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จัก เกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว. [๑๑๐๔] วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่จิตต- *สังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้น แก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ. ถูกแล้ว. [๑๑๐๕] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ. [๑๑๐๖] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้. หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้น. วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขาร ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ. [๑๑๐๗] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้น แล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจัก เกิดขึ้น และกายสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ. [๑๑๐๘] วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในภูมิมีวิตกมีวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคย เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภูมิมีวิตกมีวิจาร นอกนี้. หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิไม่มีวิตกไม่มีวิจาร แต่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขาร ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิมีวิตกมีวิจาร [๑๑๐๙] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ไม่มี. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว. [๑๑๑๐] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว. [๑๑๑๑] วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว. [๑๑๑๒] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ. [๑๑๑๓] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร- *ภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ใน ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นใน ภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๑๑๔] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขาร ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม- *เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิ แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขาร จักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม- *เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์. [๑๑๑๕] วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ จิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ใน ภูมิอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย ปัจฉิมจิต ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในภูมิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
อุปาทวาร จบ.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๘ บรรทัดที่ ๙๒๙๙ - ๙๙๔๖. หน้าที่ ๓๗๒ - ๓๙๗. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=38&A=9299&Z=9946&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=38&siri=30              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=38&i=1036              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [1036-1115] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=38&item=1036&items=80 [1036-1115] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=38&A=1036&Z=1115              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๘ http://84000.org/tipitaka/read/?index_38

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :