![]() |
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ |
![]() ![]() ![]() ![]() แม้เรื่องทั้งสอง ก็เป็นเช่นเดียวกับเรื่องที่กล่าวไว้แล้ว ในนันทวิสาลชาดก ในหนหลัง. (แปลก พระศาสดาตรัสเรื่องในอดีตนี้แล้ว ครั้นตรัสรู้พระสัมโพธิญาณแล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :- พึงเปล่งแต่วาจาดีเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจาดีสำเร็จประโยชน์ได้ เปล่งวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย ความว่า บุคคลพึงเปล่ง คือพึงแถลง ได้แก่พึงกล่าวถ้อยคำที่พ้นจากโทษ ๔ ชื่อว่า ถ้อยคำดีงาม คือไม่มีโทษเท่านั้น. บทว่า น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ ความว่า ไม่พึงเปล่งคำชั่ว คือคำลามก ได้แก่คำอันไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่พอใจของคนอื่นๆ. บทว่า โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ ความว่า การเปล่งวาจาดีเท่านั้น ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คือเป็นความดีงาม เป็นความเจริญในโลกนี้. บทว่า มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ ความว่า ครั้นเปล่ง คือแถลง ได้แก่กล่าวคำชั่ว คือคำหยาบแล้วบุคคลนั้นย่อมเดือดร้อน คือเศร้าโศก ลำบาก. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาด้วยประการฉะนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า พราหมณ์ในครั้งนั้น ได้มาเป็น อานนท์ พราหมณีได้เป็น อุบลวรรณา ส่วนโคสารัมภะ ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. .. อรรถกถา สรัมภชาดก จบ. |