![]() |
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ |
![]() ![]() ![]() ![]() เรื่องท่านกล่าวไว้พิสดารแล้ว ในสิคาลชาดก ทุกนิบาต ในหนหลัง. (ในที่นี้) ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :- ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระ เมื่อพระโพธิสัตว์อยู่ในราวป่านั้น ท้องถิ่นชายอาณาเขตของพระเจ้าพาราณสี เกิดกำเริบจลาจลขึ้น. พระองค์เสด็จไปในประเทศชายแดนนั้น ทรงพ่ายแพ้ในการรบ ทรง พระราชานั้นทรงทราบว่าเป็นสถานที่อยู่ของดาบส จึงเสด็จลงจากคอช้าง ทรงเหน็ดเหนื่อยเพราะลมและแดด จึงทรงกระหายน้ำ ทอดพระเนตรหาหม้อน้ำก็ไม่ทรงเห็นในที่ไหน แต่ได้ทรงเห็นบ่อน้ำอยู่ในท้ายที่จงกรม แต่เมื่อเที่ยวหาเชือกและกระออมเพื่อต้องการจะตักน้ำก็มิได้เห็น เมื่อไม่ทรงสามารถจะอดกลั้นความกระหายน้ำ จึงเอาเชือกที่รัดท้องช้างมา ให้ช้างยืนอยู่ใกล้ปากบ่อน้ำ เอาเชือกผูกที่เท้าช้างนั้นแล้วไต่เชือกลงบ่อน้ำ เชือกก็ยังไม่พอ จึงเสด็จกลับขึ้นมาใหม่ ทรงเอาผ้าสาฎกสำหรับห่มต่อเข้ากับปลายเชือกแล้วเสด็จลงไปอีก แม้ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่พออยู่ดี. พระองค์ทรงเอาปลายพระบาททั้งสองแตะน้ำ กลับทรงกระหายยิ่งขึ้น บรรเทา ในเวลาเย็น พระโพธิสัตว์นำเอาผลาผลทั้งหลายมา แลเห็นช้างจึงคิดว่า พระราชาคงจักเสด็จมา ช้างทรงจึงปรากฏ เหตุอะไรหนอ จึงเข้าไปใกล้ช้าง. ฝ่ายช้างรู้ว่าพระโพธิสัตว์นั้นเข้ามาหา จึงได้ยืนเสีย ณ ส่วนข้างหนึ่ง. พระ พลนิกายของพระราชาตั้งค่ายอยู่ในที่ไม่ไกลพระนคร เห็นพระราชาเสด็จมาจึงพากันห้อมล้อม พระราชาเสด็จเข้ายังพระนคร. ฝ่ายพระโพธิสัตว์ ต่อล่วงเวลาไปกึ่งเดือนก็ไปยังนครพาราณสี พักอยู่ในพระราชอุทยาน วันรุ่งขึ้นเที่ยวภิกขาจารไปถึงประตูวัง. พระราชาทรงเปิดพระแกลบานใหญ่ทอดพระเนตรพระลานหลวง ทรง จำเดิมแต่นั้น พระโพธิสัตว์บริโภคเฉพาะในพระราชนิเวศน์ ได้มีสักกา อุปราชรับคำแล้วเข้าไปเฝ้าพระราชาพร้อมกับพวกอำมาตย์ ถวายบังคม กรรมอะไรๆ ที่สำเร็จด้วยวิชาของดาบสนี้ มิได้มีเลย อนึ่ง ดาบสนั้นก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ ไม่ใช่พระสหายของพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุอะไร ติรีติวัจฉดาบสผู้มีมือถือไม้ ๓ อัน จึงบริโภคก้อนข้าวอันเลิศ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นยิมสฺส วิชฺชามยมตฺถิ กิญฺจิ ความว่า การงานอะไรๆ อันสำเร็จด้วยวิชาของดาบสนี้ มิได้มี. บทว่า น พนฺธโว ความว่า บรรดาเผ่าพันธุ์ทางโอรส เผ่าพันธุ์ทางศิลปะ เผ่าพันธุ์ทางพระโคตรและเผ่าพันธุ์ทางพระญาติ แม้เผ่าพันธุ์ทางใดทางหนึ่ง ก็มิได้มี. บทว่า โน ปน เต สหาโย ความว่า ทั้งไม่ได้เป็นพระสหายผู้เล่นฝุ่นมากับพระองค์. บทว่า เกน วณฺเณน แปลว่า เพราะเหตุไร. คำว่า ติรีติวัจโฉ เป็นชื่อของดาบสนั้น. บทว่า เตทณฺฑิโก ความว่า ผู้ถือไม้ ๓ อัน เพื่อต้องการวาง (แขวน) คณโฑน้ำเที่ยวไป. บทว่า อคฺคปิณฺฑํ ความว่า ย่อมบริโภคโภชนะอันเลิศสมบูรณ์ด้วยรส อันควรแก่พระราชา. พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสเรียกพระโอรสมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนพ่อ เจ้ายังจะระลึกได้ถึงคราวที่พ่อไปประเทศชายแดน รบแพ้แล้วไม่ได้มา ๒-๓ วัน เมื่อพระโอรสทูลว่า ระลึกได้พระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ในคราวนั้น พ่ออาศัยดาบสนี้จึงได้รอดชีวิต แล้วตรัสบอกเรื่องราวทั้งหมด แล้วตรัสต่อไปว่า ดูก่อนพ่อ เมื่อท่านผู้ให้ชีวิตเรามายังสำนักของเรา แม้เมื่อจะให้ราชสมบัติ เราก็ไม่อาจที่จะกระทำให้สมควรแก่คุณที่ท่านดาบสนี้ได้กระทำไว้ ดังนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา ๒ คาถานี้ว่า :- เมื่อเรารบพ่ายแพ้ตกอยู่ในอันตรายทั้งหลาย ติรีติวัจฉดาบสผู้นี้ได้กระทำความ เรามาถึงเมืองนี้ได้โดยความยากของดาบสผู้นี้ เราถึงจะเป็นอยู่ในมนุษยโลก ก็เหมือนกับไปยังปรโลกอันเป็นวิสัยของพระยม ลูกรัก ติรีติวัจฉดาบสเป็นผู้ควรแก่ปัจจัยลาภ ท่านทั้งหลายจงถวายของควรบริโภคและยัญที่ควรบูชาแก่ติรีติวัจฉดาบสเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาปาสุ ได้แก่ ในอันตรายทั้งหลาย. บทว่า เอกสฺส ได้แก่ ไม่มีเพื่อน. บทว่า กตฺวา ได้แก่ กระทำความอนุเคราะห์ คือทำความรักให้เกิดขึ้น. บทว่า วิวนสฺมึ ได้แก่ ในป่าที่เว้นจากน้ำดื่ม. บทว่า โฆเร แปลว่า ร้ายกาจ. บทว่า ปสารยิ กิจฺฉคตสฺส ปาณึ ความว่า ติรีติวัจฉดาบสผูกพะอง เหยียดมืออันประกอบด้วยความเพียรออก เพื่อช่วยเราผู้ตกบ่อได้รับความทุกข์ให้ขึ้นจากบ่อ. บทว่า เตนุทฺธตารึ ทุขสมฺปเรโต ความว่า เพราะเหตุนั้น แม้เราจะถูกความทุกข์ครอบงำก็ขึ้นจากบ่อนั้นได้. บทว่า เอตสฺส กิจฺเฉน อิธานุปตฺโต ความว่า เรามาถึงเมืองนี้ได้ด้วยความยากของดาบสผู้นี้ คือด้วยอานุภาพแห่งความยากที่ท่านดาบสผู้นี้กระทำ. บทว่า เวยฺยาสิโน วีสยา ความว่า ท้าวยม เรียกว่าเวยยาสิ วิสัยแห่งท้าวยมนั้น. บทว่า ชีวโลเก ได้แก่ ในมนุษยโลก. ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ด้วยว่าเราผู้ยังดำรงอยู่ในมนุษยโลกนี้แหละ แต่ก็ได้เป็นผู้ชื่อว่าไปยังปรโลก บทว่า ลาภารโห แปลว่า เป็นผู้ควรแก่ลาภ คือเป็นผู้สมควรได้จตุปัจจัยทั้ง ๔. บทว่า เทถสฺส โภคํ ความว่า ท่านทั้งหลายจงให้เครื่องบริโภค กล่าวคือสมณ บทว่า ยชิตญฺจ ยญฺญํ ความว่า ท่านทั้งหลายแม้ทั้งปวง คือตัวเจ้า พวกอำมาตย์และชาวนคร จงให้เครื่องบริโภคและบูชายัญแก่ดาบสนี้ ด้วยว่าไทยธรรมที่ท่านทั้งหลายให้แก่ดาบสนั้น ย่อมชื่อว่าเป็นเครื่องบริโภค เพราะเป็นของที่ดาบสนั้นจะ เมื่อพระราชาทรงประกาศคุณของพระโพธิสัตว์ ประดุจทำพระจันทร์ให้ลอยเด่นขึ้นในพื้นท้องฟ้าด้วยประการอย่างนี้ คุณของติรีติวัจฉดาบสนั้นก็เกิดปรากฏมีประโยชน์ในทุกสถานที่ทีเดียว และลาภสักการะอันเหลือเฟือยิ่งก็เกิดขึ้นแก่ติรี จำเดิมแต่นั้น ใครๆ จะเป็นอุปราช พวกอำมาตย์หรือคนอื่นก็ตาม ย่อมไม่อาจว่ากล่าวอะไรๆ พระราชาได้. พระราชาทรงดำรงอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น ทรงทำให้สวรรค์เต็มบริบูรณ์. ส่วนพระโพธิสัตว์ก็ทำอภิญญาและสมาบัติทั้งหลายให้เกิดขึ้น ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้ที่ว่า แม้โบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ก็กระทำการอุปการะ ดังนี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า พระราชาในกาลนั้น ได้เป็น อานนท์ ในบัดนี้ ส่วนพระดาบสในกาลนั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล. ----------------------------------------------------- .. อรรถกถา ติรีติวัจฉชาดก จบ. |