![]() |
|
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ | |
|
|
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) การค้นหาคำว่า อาสวักขยญาณ ผลการค้นหาพบ 4 ตำแหน่ง ดังนี้ :-
1. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (ญาณเป็นเหตุระลึกขันธ์ที่อาศัยอยู่ในก่อนได้, ระลึกชาติได้ - Pubbenivāsānussati-ñāṇa: reminiscence of past lives) 2. จุตูปปาตญาณ (ญาณกำหนดรู้จุติและอุบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย อันเป็นไปตามกรรม, เห็นการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย เรียกอีกอย่างว่า ทิพพจักขุญาณ - Cutūpapāta-ñāṇa: knowledge of the decease and rebirth of beings; clairvoyance) 3. อาสวักขยญาณ (ญาณหยั่งรู้ในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย, ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ, ความตรัสรู้ - Āsavakkhaya-ñāṇa: knowledge of the destruction of mental intoxication) วิชชา 3 นี้ เรียกสั้นๆ ว่า ญาณ 3 ; ดู [297] วิชชา 8 ด้วย.
[***] วิปัลลาส 3 ระดับ ดู [178] วิปัลลาส 4.
1. อิทธิวิธา หรือ อิทธิวิธิ (ความรู้ที่ทำให้แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้ - Iddhividhā: magical powers) 2. ทิพพโสต (ญาณที่ทำให้มีหูทิพย์ - Dibbasota: divine ear) 3. เจโตปริยญาณ (ญาณที่ให้กำหนดใจคนอื่นได้ - Cetopariyañāṇa: penetration of the minds of others; cf. telepathy) 4. ปุพเพนิวาสานุสสติ (ญาณที่ทำให้ระลึกชาติได้ - Pubbenivāsānussati: remembrance of former existences; cf. retrocognition) 5. ทิพพจักขุ (ญาณที่ทำให้มีตาทิพย์ - Dibbacakkhu: divine eye) 6. อาสวักขยญาณ (ญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป - Āsavakkhayañāṇa: knowledge of the exhaustion of all mental intoxicants) ห้าข้อแรกเป็นโลกิยะ (โลกียอภิญญา) ข้อท้ายเป็นโลกุตตระ. ดู [106] วิชชา 3; [297] วิชชา 8.
1. วิปัสสนาญาณ (ญาณในวิปัสสนา, ญาณที่เป็นวิปัสสนา คือปัญญาที่พิจารณาเห็นสังขารคือนามรูปโดยไตรลักษณ์ มีต่างกันออกไปเป็นชั้นๆ ต่อเนื่องกัน - Vipassanāñāṇṇa : insightknowledge) 2. มโนมยิทธิ (ฤทธิ์สำเร็จด้วยใจ, ฤทธิ์ทางใจ คือ นิรมิตกายอื่นออกจากกายนี้ ดุจชักไส้จากหญ้าปล้อง ชักดาบจากฝัก หรือชักงูออกจากคราบ - Manomayiddhi : mind-made magical power) 3. อิทธิวิธา หรือ อิทธิวิธิ (แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้ - Iddhividhā : supernormal powers) 4. ทิพพโสต (หูทิพย์ - Dibbasota: divine ear) 5. เจโตปริยญาณ (ความรู้ที่กำหนดใจผู้อื่นได้ - Cetopariyañāṇa: penetration of the minds of others) 6. ปุพเพนิวาสานุสสติ (ระลึกชาติได้ - Pubbenivāsānussati: remembrance of former existences) 7. ทิพพจักขุ (ตาทิพย์ - Dibbacakkhu: divine eye) 8. อาสวักขยญาณ (ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ - Āsavakkhayañāṇa: knowledge of the exhaustion of mental intexicants) ข้อที่ 2 โดยมากจัดเข้าในข้อที่ 3 ด้วย ข้อที่ 3 ถึง 8 (6 ข้อท้าย) ตรงกับ อภิญญา 6 ดู [106] วิชชา 3; [274] อภิญญา 6; [311] วิปัสสนาญาณ 9.
1. ฐานาฐานญาณ (ปรีชาหยั่งรู้ฐานะและอฐานะ คือ รู้กฎธรรมชาติเกี่ยวกับขอบเขตและขีดขั้นของสิ่งทั้งหลายว่า อะไรเป็นไปได้ อะไรเป็นไปไม่ได้ และแค่ไหนเพียงไร โดยเฉพาะในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผล และกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม เกี่ยวกับสมรรถวิสัยของบุคคล ซึ่งจะได้รับผลกรรมที่ดีและชั่วต่างๆ กัน - Ṭhānāṭhāna-ñāṇa: knowledge of instance and no instance; knowledge of possibilities and impossibilities) 2. กรรมวิปากญาณ (ปรีชาหยั่งรู้ผลของกรรม คือ สามารถกำหนดแยกการให้ผลอย่างสลับซับซ้อน ระหว่างกรรมดีกับกรรมชั่ว ที่สัมพันธ์กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มองเห็นรายละเอียดและความสัมพันธ์ภายในกระบวนการก่อผลของกรรมอย่างชัดเจน - Kammavipāka-ñāṇa: knowledge of the ripening of action; knowledge of the results of kamma) 3. สัพพัตถคามินีปฏิปทาญาณ (ปรีชาหยั่งรู้ข้อปฏิบัติที่จะนำไปสู่คติทั้งปวง คือ สุคติ ทุคติ หรือพ้นจากคติ หรือปรีชาหยั่งรู้ข้อปฏิบัติที่จะนำไปสู่อรรถประโยชน์ทั้งปวง กล่าวคือ ทิฏฐธัมมิกัต 4. นานาธาตุญาณ (ปรีชาหยั่งรู้สภาวะของโลกอันประกอบด้วยธาตุต่างๆ เป็นอเนก คือ รู้สภาวะของธรรมชาติ ทั้งฝ่ายอุปาทินนกสังขารและฝ่ายอนุปาทินนกสังขาร เช่น รู้จักส่วนประกอบต่างๆ ของชีวิต สภาวะของส่วนประกอบเหล่านั้น พร้อมทั้งลักษณะและหน้าที่ของมันแต่ละอย่าง อาทิการปฏิบัติหน้าที่ของขันธ์ อายตนะ และธาตุต่างๆ ในกระบวนการรับรู้ เป็นต้น และรู้เหตุแห่งความแตกต่างกันของสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น - Nānādhātu-ñāṇa: knowledge of the world with its many different elements) 5. นานาธิมุตติกญาณ (ปรีชาหยั่งรู้อธิมุติ คือ รู้อัธยาศัย ความโน้มเอียง ความเชื่อถือ แนวความสนใจ เป็นต้น ของสัตว์ทั้งหลายที่เป็นไปต่างๆ กัน - Nānādhimuttika-ñāṇa: knowledge of the different dispositions of beings) 6. อินทริยปโรปริยัตตญาณ (ปรีชาหยั่งรู้ความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลาย คือ รู้ว่าสัตว์นั้นๆ มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา แค่ไหน เพียงใด มีกิเลสมาก กิเลสน้อย มีอินทรีย์อ่อน หรือแก่กล้า สอนง่าย หรือสอนยาก มีความพร้อมที่จะตรัสรู้หรือไม่ - Indriyaparopariyatta-ñāṇa: knowledge of the state of faculties of beings; knowledge of the inferiority and superiority of the controlling faculties of various beings; knowledge as regards maturity of persons) 7. ฌานาทิสังกิเลสาทิญาณ (ปรีชาหยั่งรู้ความเศร้าหมอง ความผ่องแผ้ว การออกแห่งฌาน วิโมกข์ สมาธิ และสมาบัติทั้งหลาย - Jhānādisaṅkilesādi-ñāṇa: knowledge of defilement, cleansing and emergence in the cases of the meditations, liberations, concentrations and attainments) 8. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (ปรีชาหยั่งรู้อันทำให้ระลึกภพที่เคยอยู่ในหนหลังได้ - Pubbenivāsānussati-ñāṇa: knowledge of the remembrance of former existences) 9. จุตูปปาตญาณ (ปรีชาหยั่งรู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายอันเป็นไปตามกรรม - Cutūpapāta-ñāṇa: knowledge of the decease and rebirth of beings) 10. อาสวักขยญาณ (ปรีชาหยั่งรู้ความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย - Āsavakkhaya-ñāṇa: knowledge of the exhaustion of mental intoxicants)
[***] ทศพิธราชธรรม ดู [326] ราชธรรม 10. [***] ธรรมจริยา 10 เป็นอีกชื่อหนึ่งของ [320] กุศลกรรมบถ 10๒. [***] ธรรมมีอุปการะมาก 10 ดู [324] นาถกรณธรรม 10. |
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พิมพ์ครั้งที่ ๔๓ - กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
https://84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=อาสวักขยญาณ&detail=on
https://84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=%CD%D2%CA%C7%D1%A1%A2%C2%AD%D2%B3&detail=on
บันทึก ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗, ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พิมพ์ครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๓๕, พิมพ์ครั้งที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖ พิมพ์ครั้งที่ ๔๓ - กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]