ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า บังสุกุลจีวร คำว่า บังสุกุลตาย-บังสุกุลเป็น คำว่า บัญญัติ คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

บังสุกุลตาย-บังสุกุลเป็น ตามประเพณีเกี่ยวกับการศพ หลังจากเผาศพแล้ว เมื่อจะเก็บอัฐิ (เก็บในวันที่เผาก็ได้ แต่นิยมเก็บตอนเช้าวันรุ่งขึ้น) มีการนิมนต์พระมาบังสุกุลอัฐิ เรียกว่า “แปรรูป” หรือ “แปรธาตุ” (พระกี่รูปก็ได้ แต่นิยมกันว่า ๔ รูป, บางท่านว่า ที่จริงไม่ควรเกิน ๓ รูป คงจะเพื่อให้สอดคล้องกับกรณีที่มีการทำบุญสามหาบ ซึ่งถวายแก่พระ ๓ รูป)
       ในการแปรรูปนั้น ก่อนจะบังสุกุล บางทีก็นิมนต์พระสงฆ์ทำน้ำมนต์มาประพรมอัฐิ เรียกว่าดับธาตุก่อน แล้วเจ้าหน้าที่ (สัปเหร่อ) จัดอัฐิที่เผาแล้วนั้นให้รวมเป็นส่วนๆ ตามรูปของร่างกาย หันศีรษะไปทิศตะวันตก พร้อมแล้วญาติจุดธูปเคารพ บอกกล่าว และเอาดอกพิกุลเงินพิกุลทองหรือสตางค์วางกระจายลงไปทั่วร่างของอัฐิ แล้วประพรมด้วยน้ำอบน้ำหอม
       จากนั้นจึงทอดผ้าบังสุกุล และพระสงฆ์ก็กล่าวคำพิจารณาว่า “อนิจฺจา วต สงฺขารา” เป็นต้น อย่างที่ว่าตามปกติทั่วไป เรียกว่า บังสุกุลตาย เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็หมุนร่างอัฐิให้หันศีรษะไปทิศตะวันออก และพระสงฆ์กล่าวคำพิจารณาเปลี่ยนเป็น บังสุกุลเป็น มีความหมายว่าตายแล้วไปเกิด จบแล้ว เมื่อถวายดอกไม้ธูปเทียนแก่พระสงฆ์เสร็จ เจ้าภาพก็เก็บอัฐิ (เลือกเก็บจากศีรษะลงไปปลายเท้า),
       คำพิจารณาบังสุกุลเป็นนั้นว่า
           อจิรํ วตยํ กาโย ปฐวึ อธิเสสฺสติ
           ฉุฑฺโฑ อเปตวิญฺญาโณนิรตฺถํว กลิงฺครํ
       บังสุกุลตาย-บังสุกุลเป็นนี้ ต่อมามีการนำไปใช้ในการสะเดาะเคราะห์ด้วย ทำนองจะให้มีความหมายว่า ตายหรือวิบัติแล้ว ก็ให้กลับฟื้นขึ้นมา, อย่างไรก็ดี ถ้าไม่ระวังไว้ แทนที่จะเป็นการใช้ให้มีความหมายเชิงปริศนาธรรม ก็จะกลายเป็นการใช้ในแง่ถือโชคลาง;
       ดู บังสุกุล

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า บังสุกุลตาย-บังสุกุลเป็น
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=1470

คำว่า กกุธานที คำว่า บังสุกุลจีวร คำว่า บังสุกุลตาย-บังสุกุลเป็น คำว่า บัญญัติ คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]