ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า เบียดบัง คำว่า โบกขรณี คำว่า โบกขรพรรษ คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

โบกขรณี สระโบกขรณี, สระบัว;
        มาจากคำบาลีว่า “โปกฺขรณี” คือ ชลาศัย (แหล่งน้ำ) ที่มีโปกขระคือใบบัวปกคลุม (“โปกฺขร” แปลว่า ปทุมปตฺต คือใบบัว, ขุ.ม. ๒๙/๒๑๖/๑๖๓;
       แต่อรรถกถาบางที่แปลว่าดอกบัว บางคัมภีร์ว่าดอกบัวและน้ำ);
       สระโบกขรณีมีทั้งที่เกิดเองตามธรรมชาติ เช่น สระโบกขรณีชื่อว่า ติยัคคฬา กว้างใหญ่ประมาณ ๕๐ โยชน์ ในแดนหิมพานต์ (เช่น ม.อ.๓/๒๗)
       แต่ที่กล่าวถึงโดยมากเป็นสระที่มนุษย์ขุดแต่ง เช่น เป็นที่เล่นสนุก (กีฬา),
       มีพุทธานุญาตให้สร้างสระโบกขรณีในวัด ตามเรื่องว่า อุบาสกผู้หนึ่งปรารถนาจะสร้างสระโบกขรณีถวายเพื่อประโยชน์แก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสระโบกขรณี” (วินย. ๗/๑๐๑/๓๗)

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า โบกขรณี
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=1558

คำว่า กกุธานที คำว่า เบียดบัง คำว่า โบกขรณี คำว่า โบกขรพรรษ คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]